1 สมการชีวิต
ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
0
ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง
Епизоди
-
"สลิ้งแตก" กับ "การระงับโทสะ" [6938-1u] 13.09.2026 56минQ1: “สลิ้งแตก” กับ “การระงับโทสะ”A: เมื่อถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะด้วยคำจริงหรือคำเท็จ ไม่ว่าคำนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะในเวลาที่สมควรหรือไม่สมควร ไม่ว่าจะด้วยวาจาสุภาพหรือคำหยาบ ไม่ว่าบุคคลที่กล่าวหาจะมีจิตเมตตาหรือไม่ ก็ตาม - เราไม่ควรโกรธหรือมีจิตใจหวั่นไหวไปตามคำกล่าวหานั้น - ต้องมี “ความอดทน” ดั่งช้างอาชาไนยเมื่ออยู่ในสนามรบต้องนิ่งเพื่อไม่ให้คนขี่ตกลงมา และต้อง “ละความโกรธ” เพื่อไม่ให้เก็บกด- ถ้าคำกล่าวหานั้นไม่เป็นธรรม ก็ไม่ต้องกังวลใจ- ถ้าคำกล่าวหานั้นเป็นธรรม ก็เปลี่ยนแปลงตามคำกล่าวหานั้น เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นQ2: แชร์เรื่องไม่ดีของคนอื่นA: เมื่อต้องพูดถึงคนอื่น (1) เรื่องไม่ดี ถ้าไม่มีคนถาม ก็ไม่ต้องพูด (2) เรื่องไม่ดี ถ้ามีคนถามแบบเจาะจง ก็ให้พูดนิดเดียว (3) เรื่องดี ให้พูดเลยโดยไม่ต้องมีคนถาม(4) เรื่องดี ถ้าถูกถามจี้ ก็ให้อธิบายโดยรายละเอียดQ3: ธรรมชาติแปรปรวน A: ธรรมชาติ ก็เป็นอนัตตา เปลี่ยนแปลงได้เพราะมีเหตุปัจจัย- ทางรอดจากภัยธรรมชาติ คือ ให้ตั้งจิตอยู่ในกุศลธรรม จิตจะไปสวรรค์หรือนิพพานได้ Q4: AI ทำแทนมนุษย์A: มนุษย์เหนือกว่า AI ในเรื่องการมีความรู้สึก มีเมตตา เห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่Q5: โรคซึมเศร้าA: การตริตรึกเรื่องใดมาก จิตจะน้อมไปในอาการอย่างนั้น จิตน้อมไปทางไหน จิตนั้นจะมีพลัง- เมื่ออารมณ์ผิดเพี้ยนอยู่บ่อย ๆ จะทำให้ชีวเคมีในร่างกายไม่ปกติ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า- จึงต้องมีสติ ไม่ให้คิดไปทางลบ - ให้จด 25 วิธี ที่จะทำให้เรามีความสุข ความสบายใจ ได้ทันที เพื่อออกจากความคิดลบนั้น ไว้ล่วงหน้าQ6: ทุจริตคอร์รัปชันA: เกิดจากกิเลสในใจของคน- ต้องกำจัดกิเลส ด้วยมรรค 8 - สนับสนุนความซื่อสัตย์สุจริต อย่าให้ค่านิยมกับวัตถุสิ่งของจนเกินไปQ7: อารมณ์ชั่ววูบA: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ ก็จะช่วยยับยั้งความคิดที่ไปในทางอกุศลได้ ให้มีแต่ความคิดที่เป็นกุศล- อาจทำตาม 25 วิธีที่จะทำให้เรามีความสุขได้ทันที ที่จดไว้ล่วงหน้า- ให้สร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัว ด้วยคนที่เป็นบัณฑิต ถ้าเราไม่ดึงเขามาในทางที่ดี เขาก็จะดึงเราไปในทางไม่ดีQ8: การจากไปอย่างกะทันหันA: จะเกิดได้ทั้งความเศร้าและปัญญา(1) หากเห็นข่าวคนเสียชีวิต ที่เราไม่รู้จัก = ให้เตือนสติตัวเองว่าเราก็ต้องเป็นแบบนั้นเช่นกัน ล่วงพ้นไปไม่ได้ ให้ตั้งตนไว้ในความดี(2) หากพบเห็นคนเสียชีวิตต่อหน้า ที่เราไม่รู้จัก = ต้องคิดว่าความตายอยู่ไม่ไกล ต้องทำความดีไว้เสมอ (3) คนที่เรารู้จักเสียชีวิต = ต้องคิดว่าต้องเร่งทำความดี(4) ตัวเราเจ็บป่วยใกล้เสียชีวิต = ต้องคิดว่าจิตของเราจะตั้งอยู่ในกุศลธรรมได้หรือไม่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
โสด ชีวิตคู่ อยู่เป็นสุข [6937-1u] 06.09.2026 58минโสด VS แต่งงาน- ถ้ายังไม่แต่งงาน = ให้อยู่เป็นโสด - ถ้าจะแต่งงาน = อย่าเลือกคู่ครองจากสิ่งภายนอก เช่น รูปร่างหน้าตา เพราะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ให้เลือกที่คุณธรรมภายใน ได้แก่ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา- ถ้าแต่งงานแล้ว = ก็อย่าคิดเลิก ถ้าไม่เวิร์คก็ต้องอดทน ปรับตัวให้อยู่ด้วยกันต่อไปให้ได้- ตั้งแต่วันแต่งงาน ชีวิตไม่ได้เป็นของเราโดยสิ้นเชิงอีกต่อไป แต่เป็นของกันและกัน ต้องเกี่ยวเนื่องกับครอบครัวของอีกฝ่ายหรือลูก จึงต้องช่วยกันรักษา ถ้าฝ่ายหนึ่งรักษาแต่อีกฝ่ายไม่รักษา ก็จะเกิดความบกพร่องในด้านที่ไม่รักษานั้น แต่ถ้าเรารักษาให้ดี ความดีก็จะเกิดขึ้นแก่เรา- การอยู่ครองเรือน อย่าอยู่ด้วยความรักแบบชู้สาว ด้วยความพอใจหรือไม่พอใจ แต่ให้อยู่ด้วยคุณธรรม คือ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา อยู่ด้วยหน้าที่ของความเป็นสามีภรรยา อยู่ด้วยกิจที่ควรทำ อยู่ด้วยความเมตตา การครองเรือนของเราก็จะไปได้ หน้าที่ของสามีและภรรยาที่มีต่อกัน - สามีภรรยา เป็นทิศเบื้องหลังในเรื่องทิศ 6 หากรักษาทิศนี้ไม่ดี ทิศนี้ก็จะเป็นภัย- หน้าที่ของสามีต่อภรรยา = ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่ประพฤตินอกใจ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้ และให้เครื่องประดับ- หน้าที่ของภรรยาต่อสามี = จัดแจงการงานอย่างดี สงเคราะห์คนข้างเคียงดี ไม่ประพฤตินอกใจ ตามรักษาทรัพย์ที่มีอยู่ ขยันขันแข็งในหน้าที่การงานทั้งปวงภรรยา 7 จำพวกไม่ดี = 1. เสมอด้วยเพชฌฆาต 2.เสมอด้วยโจร 3. เสมอด้วยนาย ดี = 4. เสมอด้วยมารดา 5. เสมอด้วยพี่สาวน้องสาว 6.เสมอด้วยเพื่อน 7.เสมอด้วยทาสี10 วิธีอยู่ร่วมกับพ่อแม่สามีอย่างเป็นสุข1.ไฟในอย่านำออก 2. ไฟนอกอย่านำเข้า 3. พึงให้กับคนที่ให้เท่านั้น 4.ไม่พึงให้กับคนที่ไม่ให้ 5.พึงให้กับคนที่ทั้งให้และไม่ให้ 6.นั่งให้เป็นสุข 7.บริโภคให้เป็นสุข 8.พึงนอนให้เป็นสุข 9.บำเรอไฟ 10.นอบน้อมเทวดาภายในเมื่อเจอเรื่องไม่น่าพอใจ- ให้อดทน โดยทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน ที่ใครจะมีคนมาขุดให้ไม่เป็นแผ่นดินย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนแม่น้ำ ที่ใครจะมาจุดไฟเผาให้แม่น้ำเดือดย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนอากาศ ที่ใครจะมาเขียนรูปให้ปรากฏบนอากาศย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู ที่ใครจะเอาไม้มาทุบตีให้มีเสียงย่อมเป็นไปไม่ได้- ให้เอาชนะความเท็จด้วยคำสัตย์ เอาชนะความไม่เข้าใจด้วยความเข้าใจ เอาชนะความเกลียดด้วยความรัก เอาชนะคำโกหกด้วยความจริงเมื่อคิดจะเลิกกัน- ให้อีกฝ่ายเป็นคนขอเลิก ส่วนเราให้ประคับประคองชีวิตคู่ให้ไปต่อด้วยกันได้และให้เราตั้งอยู่ในการรักษาศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา เมตตา กรุณา ไว้ให้ดี ถ้าอีกฝ่ายมีบุญสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองมารักษาศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ให้เสมอกับเราได้ ก็จะอยู่ด้วยกันต่อไปได้ แต่ถ้าเขาไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้เขาก็จะแยกจากเราไปเอง เช่น เรารักษาศีล แต่อีกฝ่ายไม่รักษาศีล เขาจะไม่พอใจเรา มีแนวโน้มที่เขาจะไปหาคนอื่นที่ไม่รักษาศีลเหมือนกัน โดยสรุป: การอยู่เป็นโสดประพฤติพรหมจรรย์นั้นดีกว่า แต่ค่านิยมของสังคมในปัจจุบัน นิยมการมีคู่ครอง เมื่อเลือกที่จะมีคู่ครองแล้ว ก็รักษาให้ดีด้วยวิธีการที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ ก็จะประคับประคองชีวิตคู่นั้นให้มีความราบรื่น มีกำลัง มีความมั่งคั่ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
ถวายที่ดินให้วัด [6936-1u] 30.08.2026 58минQ1: ถวายที่ดินให้วัดA: ในบรรดาทานทั้งหลาย การถวายเสนาสนะ (สถานที่) ให้ผลมากที่สุด แม้เมื่อตายไปแล้ว ถ้ายังมีผู้ใช้ประโยชน์จากที่ดินหรืออาคารนั้นอยู่ ก็ยังได้บุญต่อไป- การให้ เป็นไปเพื่อกำจัดความตระหนี่- เจตนาของผู้ให้ เมื่อได้ถวายแล้ว ได้บุญเต็มแล้ว ถ้าลูกหลานอนุโมทนา ก็ได้บุญส่วนนี้ต่อไป- กฎหมายไทย คุ้มครองการถวายที่ดินให้สงฆ์ ให้อยู่ต่อเนื่องไปเป็นของหมู่สงฆ์ - ควรจัดการเรื่องเอกสารการยกที่ดินให้วัดให้เรียบร้อยก่อนเสียชีวิต จะได้ไม่มีข้อพิพาทกับทายาทในภายหลังQ2: ทำบุญหวังผลA: การทำบุญต้องหวังผล โดยผลที่หวังต้องประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือ เพื่อกำจัดความตระหนี่ ไปสวรรค์ ไปนิพพาน - เมื่อนึกถึงบุญที่เคยทำไว้ ก็ได้บุญอีกQ3: อานิสงส์ของบุญจากการให้A: อานิสงส์มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน1. ผู้ให้ = มีศรัทธาน้อยหรือมาก (ก่อน ระหว่าง และหลังให้) ของที่จะให้ได้มาโดยถูกต้องบริสุทธิ์น้อยหรือมาก2. ผู้รับ = มีราคะ โทสะ โมหะ น้อยหรือมาก- ศรัทธา จะปรากฏออกมาในรูปเสียงในหัว ความคิดริตรึกก็จะน้อมจิตไปในทางนั้น ถ้าขณะนั้นศรัทธาต่อบุคคลใดมาก ก็ให้ของกับบุคคลนั้น เพราะผู้ให้มีศรัทธามากในขณะนั้น- เสียงของมารในความคิด อาจออกมาขัดขวาง ก็ต้องระวังQ4: การแต่งรูป เป็นมุสาวาทหรือไม่A: มุสาวาท = จงใจทำให้ผิดต่อโลก (รูป เสียง กลิ่น รส ธัมมารมณ์)- การแต่งหน้าให้ดูดีขึ้น เป็นเรื่องของกาม ถ้าไม่ได้ถือศีล 8 ก็ทำได้- การแต่งรูปก็เหมือนการแต่งหน้า- แต่ถ้าแต่งรูปแบบตัดต่อให้เป็นคนละอย่าง อันนี้ผิด ถือเป็นมุสาวาทQ5: ชีวิตถูกชะตากรรมกำหนดแล้วA: ชีวิตถูกชะตากรรมกำหนดไว้แล้วโดยส่วนเดียว = เป็นความคิดไม่ถูกต้อง ทำให้จิตมีแนวโน้มในการไม่ทำอะไร ไม่สร้างความดี- เรื่องชะตากรรมถูกกำหนดหรือพรหมลิขิต มีส่วนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่โดยส่วนเดียวทั้งหมด เพราะมีส่วนที่ชีวิตเรากำหนดได้ด้วยการกระทำของเรา- ความคิดที่ถูกต้อง คือ กรรมคือการกระทำ กระทำกรรมใดไว้ก็จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้น เรามีกรรมเป็นที่พึ่ง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แนวโน้มจิตจะไปในทางที่ให้เกิดความขยันในการสร้างกรรมดีขึ้นมา เพื่อให้ได้รับผลที่ดีQ6: ทำความดีเห็นผลช้าA: การทำดี จะให้ผลในเวลาที่เหมาะสม ต้องอาศัยความอดทน ความเมตตา อุเบกขา ทำความดีนั้นไปเรื่อย ๆ Q7: เวลาและรูปแบบการตาย เกิดจากเวรกรรมหรือไม่A: มีทั้ง 2 กรณี1. เกิดจากเวรกรรม เช่น พระพุทธเจ้า กรรมจากการทำทุกรกิริยา พระมหาโมคคัลลานะ โดนรุมทำร้าย2. ไม่ได้เกิดจากเวรกรรม เช่น พระสารีบุตร เกิดจากโรคภัยที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น- กรรมที่เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่สร้างกรรมใหม่ที่เป็นกรรมดีในปัจจุบันได้Q8: ความตายทำให้หลุดพ้นA: ให้มองความตายด้วยปัญญา ความตายเกิดขึ้นดับไป สุขทุกข์เกิดขึ้นดับไป ก็จะไม่กลัวตาย ไม่กลัวสุข ไม่กลัวทุกข์ จิตก็จะอยู่เหนือกว่าได้ ไปพรหมโลกหรือนิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
Mindset ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข [6935-1u] 23.08.2026 57минช่วงไต่ตามทาง: ความทุกข์ต่อเนื่องผู้ฟังท่านนี้ ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ประสบความทุกข์มาก ทั้งเรื่องเงินทอง คนในครอบครัวเสียชีวิตหลายคน โควิด หน้าที่การงาน สุขภาพร่างกาย เจอบททดสอบหลายอย่าง เครียดมาก บางครั้งไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี ถ้าไม่มีธรรมะ ก็อาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่ผู้ฟังท่านนี้ มีสติคอยดึงไว้ ไม่ทำผิดศีลหรือเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ปรุงแต่งให้จิตใจหดหู่ลง นึกถึงธรรมะความไม่เที่ยง มีสติสัมปชัญญะอดกลั้นเวทนาไว้ รักษาจิตให้มีความสงบ หาความสุขในปัจจุบัน เร่งทำความดี ฟังธรรม มีกัลยาณมิตร เดินตามทางมรรค ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: Mindset ที่ทำให้ชีวิตมีความสุขกฎเกณฑ์ที่เราตั้งในชีวิต ทำให้เราทุกข์โดยไม่จำเป็น ก็ควรจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ใหม่ กฎเกณฑ์ความสุขของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน เจอผัสสะมาไม่เหมือนกัน มีความเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา สิ่งมีชีวิตทุกอย่าง “รักสุข เกลียดทุกข์” ถูกผลักดันด้วยเวทนา หากเราตั้งกฎเกณฑ์ว่าทุกอย่างจะต้องราบรื่น ไม่มีปัญหาอะไร เราถึงจะมีความสุขนั้น รอไปเถอะ เราจะทุกข์โดยไม่จำเป็นทิฏฐิ (Mindset) เกิดจากผัสสะ หล่อหลอมตกตะกอนจนทำให้เป็นกฎเกณฑ์ในชีวิต ในโลกปัจจุบันมีทิฏฐิว่า “ต้องมีเงิน ถึงจะมีความสุข” ทำให้เกิดความเพียรในการหาเงิน ความเพียรเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าความเพียรนั้นทำให้ผิดศีล อย่างนี้ไม่ดี พระพุทธเจ้ามีกฎเกณฑ์ที่ทำให้ทุกข์ลดลง มีสุขเพิ่มขึ้น คือ มรรค 8 ถ้าเราเปลี่ยนกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขในชีวิตให้น้อยลงหรือให้เป็นไปตามเงื่อนไขความจริงของอริยสัจ คือ ทุกอย่างเกิดขึ้นตามเหตุ ตามปัจจัย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา ถือว่าเป็นผู้ที่มาตามกระแสแห่งการพ้นทุกข์แล้ว เราจะมีความทุกข์ลดลงมาก ความสุขชนิดที่เหนือกว่าสุขเวทนาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัญหาในชีวิตประจำวันจะลดลงมาก ให้มี “สติ” พิจารณาว่าเราทุกข์เรื่องอะไร แล้วให้เราเอากฎเกณฑ์ของเรานั้นมาตั้งขึ้น แล้วท้าทายมันด้วยความจริง (อริยสัจ) ว่าจริงๆ มันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ กฎเกณฑ์ที่ไม่เข้าท่าของเรานั้นก็จะตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องมีสติตั้งอยู่ในความจริง (อริยสัจ) เป็น “สัมมาทิฎฐิ” ซึ่งเป็นตัวกำจัด “มิจฉาทิฏฐิ” ได้ ให้ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต ถ้าเรามีกฎเกณฑ์ความสุขในชีวิตมากเท่าไร เป็นไปตามกระแสของโลกมากเท่าไร ความทุกข์ของเราก็จะมากตามกระแสของโลกนั้น คือมีตัณหามาก ความทุกข์ก็มาก แต่ถ้าเรามีกฎเกณฑ์ความสุขในชีวิตน้อย คือ ไม่ต้องตามกระแสของตัณหา ความทุกข์ก็น้อย แต่ความสุขจะมีมาก ความสุขเกิดจากภายใน ไม่ใช่จากปัจจัยภายนอก เรามีความสุขได้ทันที ด้วยการตั้งจิตของเราใหม่ ให้มาตามทางมรรค 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
ความตาย VS การหลุดพ้น [6934-1u] 16.08.2026 55минQ1: เหตุการณ์นักเรียนกราดยิงA: มีมุมมอง 2 กรณี(1) ต่อบุคคลในเหตุการณ์ = ต้องมีพรหมวิหาร 4 เวลาเห็นใครมีทุกข์ ต้องเห็นอกเห็นใจเขา นั่นคือ “กรุณา” จะระงับความคิดเบียดเบียดได้ ต้องมี “เมตตา” จะระงับความคิดอาฆาตได้ และต้องมี “อุเบกขา” จะระงับความเศร้าใจได้(2) ต่อสังคม = อย่าเหมารวมว่าเป็นเพราะเด็ก Gen Z แต่ให้แยกแยะว่าเป็นเพราะกระแสของกิเลสตัณหาทำให้ทำเรื่องผิดศีล ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะช่วยทวนกระแสของกิเลสตัณหาได้ เช่น การสำรวมอินทรีย์ Q2: พูดอวยฝ่ายหนึ่งแต่กระทบอีกฝ่ายหนึ่งA: ให้ยกย่องหรือติเตียนคนที่ควรและในเวลาที่ควร- คนพาล เป็นคนไม่ฉลาด มีการเพ่งโทษเป็นกำลัง - บัณฑิต เป็นคนฉลาดในการรู้สิ่งใดดีหรือไม่ดี มีการชี้โทษบอกทั้งข้อดีและข้อเสียของบุคคลนั้น ทำให้เกิดการพัฒนาได้- ในเวลาที่ควร = ถ้าจะติเตียนเพื่อให้เกิดการพัฒนา ให้พูดกับบุคคลนั้นต่อหน้าเพียงคนเดียว ถ้าจะชม ให้ดูสถานการณ์ว่าจะชมต่อหน้าหรือลับหลัง เป็นการส่วนตัวหรือต่อหน้าคนหมู่มากQ3: เชิญเฉพาะญาติไปงานมงคล งานอวมงคลA: เกิด แก่ เจ็บ ตาย บวช เป็นเทวทูต การจัดงานเหล่านี้เพื่อให้บุคคลร่วมกันอนุโมทนา ให้บุคคลได้ระลึกได้ว่าเห็นเทวทูตแล้วอยากสร้างบุญหรือทำความดี - ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพว่าจะเชิญใครบ้าง อาจแจ้งให้ทราบว่าไม่อยากรบกวนบุคคลอื่น ขอให้ร่วมอนุโมทนาทางออนไลน์ก็ได้Q4: ความตาย VS การหลุดพ้นA: ผู้ที่ไม่กลัวความตาย เพราะนึกถึงความดีของตนได้- ถ้าเห็นได้ว่าชีวิตนี้คือกองทุกข์ ความตายทำให้หลุดพ้นจากกองทุกข์นี้ เป็นปัญญา ไปดี- ถ้ายังยึดถือในครอบครัวหรือทรัพย์สิน ยังไม่เห็นว่านั่นคือกองทุกข์ ยังไม่มีปัญญา ไปไม่ดี- มรณสติ = ความตายเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้ายังมีบาปอกุศลใด ให้รีบละ ถ้ามีความดีใด ให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรมนั้นและรักษาไว้ให้ดีQ5: ฆ่าตัวตาย VS ตายโดยธรรมชาติA: “การตาย” (มรณะ) ไม่เหมือนกับ “การดับทุกข์” (นิโรธ) - คนเราสามารถดับทุกข์ได้แม้ว่ายังไม่ตาย และการตายไม่ได้หมายความว่าจะดับทุกข์ได้- เมื่อตายไปแล้ว หากยังมีเหตุแห่งการเกิด ก็ต้องมาเกิดอีก และเมื่อเกิดแล้ว ก็ต้องเจอความทุกข์อีกและต้องตายอีก ไม่มีจบ - ความตายจึงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา- สำคัญคือ ก่อนตาย สามารถดับทุกข์หรือพ้นทุกข์ได้แล้วหรือไม่ ซึ่งวิธีการและหนทางมีอยู่แล้ว คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ- ต้องดึงคนที่คิดจะฆ่าตัวตายไปทำอย่างอื่น เพื่อให้ความคิดนั้นอ่อนกำลังลง- ถ้าทุกข์กาย อย่าให้จิตมีความทุกข์ไปตามกายที่มีความทุกข์นั้น ต้องแยกกายกับจิตให้ได้ โดยการฝึกจิตตามแนวศีล สมาธิ ปัญญาQ6: นิยามของบุญA: บุญ = ความสุข เกิดได้ทั้งจากการกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจประชาสัมพันธ์งานวันบูรพาจารย์ - จัดขึ้นในวันที่ 30 ส.ค.69 - รายละเอียดเพิ่มเติม www.panya.org Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
เปลี่ยนความเครียด ให้เป็นประโยชน์ [6933-1u] 09.08.2026 58минช่วงไต่ตามทาง: เห็นทุกข์ เห็นธรรม- เมื่อเจอเหตุการณ์เสี่ยงตาย เช่น โรคภัยไข้เจ็บ จึงกลับมาใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เช่น เลิกสูบบุหรี่ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ - จิตใจต้องมีอินทรีย์ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ที่มีความแก่กล้า- ถ้ามีอินทรีย์ 5 แก่กล้ามาก ก็จะบรรลุธรรมได้เร็ว- การบ่มอินทรีย์ให้แก่กล้า ต้องฝึกบ่อย ๆ- เห็นทุกข์ จึงเห็นธรรม เพราะทุกข์เป็นฐานที่ตั้งของศรัทธา ซึ่งเป็นที่ตั้งแรกของอินทรีย์ 5 และจะเข้าใจทุกข์ได้ ต้องมีปัญญา - ทุกข์ จึงเป็นตัวเชื่อมวงจรของอินทรีย์ 5 คือ ศรัทธาถึงปัญญา - ถ้ามองทุกข์ให้ดี จะทำให้เกิดการพัฒนาอินทรีย์ 5 ได้ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “เปลี่ยนความเครียด ให้เป็นประโยชน์”(1) รู้ตัวก่อนว่าเครียด = สังเกตตัวเอง เช่น ไปหาความสุขอย่างอื่นมาแทน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน มีอารมณ์โกรธ ร่างกายเกร็งหรือผิดปกติ(2) มีความเครียดแต่พอดี = มีความเพียรที่ไม่ยิ่งไม่หย่อนที่พอเสมอกัน (3) บูรณาการข้อ (1) และ (2) (3.1) อยู่กับปัจจุบัน = ต้องมีสติ สังเกตความคิดและอารมณ์ ไม่เพลินไปในอดีตหรืออนาคต โดยใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือให้เกิดสติ เมื่อมีสติมาก ๆ ก็จะพัฒนาเป็นสมาธิ (3.2) ปรับสมดุลในจิต = สมาธิเป็นตัวปรับสมดุลในจิตใจได้ โดยใช้ปัญญาและศรัทธา พิจารณาทุกข์ที่เกิดขึ้น เห็นด้วยปัญญาว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เที่ยง เป็นธรรมดา เมื่อเข้าใจแล้วก็จะเกิดศรัทธา วงจรของการพัฒนาอินทรีย์ 5 ก็จะเกิดขึ้น วนไป ๆ ทำให้อินทรีย์ 5 แก่กล้าขึ้นเรื่อย ๆ โดยสรุป:- อินทรีย์ 5 เป็นตัวบูรณาการให้เกิดการคลายเครียด เอาความเครียดมาใช้ให้เกิดการพัฒนาชีวิต ให้เห็นทุกข์ด้วยปัญญา พัฒนาอินทรีย์ให้มีความแก่กล้า ก็จะคลายเครียดไปในตัว เป็นการอยู่กับความเครียดแล้วได้ประโยชน์ ทั้งกับตนเองและผู้อื่น เป็นประโยชน์ทั้งในเวลาปัจจุบันและเวลาต่อ ๆ ไป เป็นประโยชน์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ซึ่งเป็นทักษะที่ฝึกได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
เร่งความเพียร ช่วงเข้าพรรษา [6932-1u] 02.08.2026 57минQ1: การจำพรรษาในช่วงเข้าพรรษาA: การจำพรรษา = ในช่วงฤดูฝน 3 เดือน พระสงฆ์ต้องอยู่เป็นที่ ในบริเวณที่กำหนดเอาไว้ เช่น กำแพงวัด - เดินทางออกนอกบริเวณได้ แต่ต้องกลับมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันรุ่งขึ้น เว้นแต่ธุระจำเป็น สามารถไปได้ไม่เกิน 7 วัน- ถ้าไม่แสวงหาที่จำพรรษาในช่วงเข้าพรรษา เป็นอาบัติ- ถ้าเข้า 6 กรณีนี้ เปลี่ยนที่จำพรรษาได้ แม้พรรษาขาดแต่ไม่เป็นอาบัติ ได้แก่ ถูกสัตว์ร้าย/โจรเบียดเบียน เสนาสนะถูกไฟไหม้/น้ำท่วม เกิดทุพภิกขภัย ขัดสนด้วยอาหาร มีหญิงเกลี่ยกล่อมให้สึก อาวาสนั้นสงฆ์จะแตกกัน - สถานที่ห้ามจำพรรษา เช่น ในตุ่ม โพรงไม้ กลางแจ้ง กลด บนกิ่งไม้ ไม่มีเสนาสนะ - สถานที่จำพรรษาได้ เช่น ในเรือ กองเกวียน คอกสัตว์- อานิสงส์ของการจำพรรษา เช่น สามารถเที่ยวจาริกไปได้โดยไม่ต้องบอกลา รับกฐินได้- ระหว่างจำพรรษา พระสงฆ์จะมีการทำความเพียรเพิ่มขึ้นมา เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิ เพิ่มขึ้น- ในช่วงเข้าพรรษานี้ ให้ท่านผู้ฟังมีข้อปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อเร่งทำความเพียร เช่น งดเหล้า ฝึกสวดมนต์ นั่งสมาธิ พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็งมากขึ้นQ2: พระสงฆ์อยู่กุฏิเดียวกันA: อยู่ในกุฏิเดียวกัน 2-3 รูปได้ - แต่ต้องระวังเรื่องการรักษาผ้าครอง (ผ้าสำรับ 3 ผืน ที่ได้มาในวันบวช ได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ) ต้องรักษาเอาไว้ในช่วงที่จะได้อรุณ (ตี4 ถึง 6 โมงเช้า) ผ้า 3 ผืนนั้นต้องอยู่ใกล้ตัวที่มือเอื้อมถึงQ3: สวดมนต์เพื่ออะไรA: การสวดมนต์ คือ การสาธยาย (สัชฌายะ) ท่องให้เหมือนต้นฉบับ นำคำของพระพุทธเจ้าที่เคยตรัสไว้มาพูดซ้ำ (Recitation) ไม่ใช่การอ้อนวอนขอร้อง (Pray)- การสวดมนต์ทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้นาน - ถ้าเข้าใจความหมาย แล้วตรึกตรองพิจารณาและปฏิบัติตาม จะเกิดผลให้จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ ได้ลิ้มรสของธรรมะด้วยตนเองQ4: คนรุ่นใหม่ไม่นับถือศาสนาA: “ศาสนา” ในทางพระพุทธศาสนา = “คำสอน” ให้เอาเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่ให้ยึดเป็นของตน (อุปาทาน) - ในชาตินี้ หากทำความดีตามศีล 5 ได้ ไปดีแน่นอน ตัวเราหรือคนอื่นติเตียนไม่ได้ เกิดความสบายใจ - แต่ถ้าไม่รักษาศีล 5 จะมีโทษ ตนเบียดเบียนตน คนอื่นติเตียน ถูกลงโทษ ตายแล้วตกนรก ชาติหน้าไปไม่ดีQ5: วิธีออกกำลังกายของพระA: ตามพระวินัย การเดินเป็นการออกกำลังกาย - ถ้ามีญาติโยมปวารณาเครื่องออกกำลังกายให้พระสงฆ์ ก็ไม่ผิด - ออกกำลังกายเพื่อคลายเวทนาของร่างกาย ไม่ให้ร่างกายเจ็บไข้ ป้องกันโรคภัย อันนี้ทำได้ และต้องมีสติสัมปชัญญะ ไม่ให้เพลิดเพลินลุ่มหลงไปกับสิ่งที่กำลังทำอยู่- แต่ถ้าออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายสวยงาม อันนี้ไม่ถูก Q6: ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลA: การเล่นพนัน เป็นอบายมุข แม้ไม่ผิดศีล แต่เป็นที่ตั้งของความประมาท เช่น ทำให้เป็นหนี้สิน ตามมาด้วยการโกหก ขโมยของ อกุศลธรรมหลายอย่างจะตามมา- การเล่นหวย เป็นการพนัน (อบายมุข) Q7: สมาทานศีลแล้ว แต่เผลอทำผิดศีล A: เป็นบาปน้อยกว่าการทำผิดศีลด้วยความจงใจ - ช่วงที่รักษาศีลได้ เป็นบุญ แต่ช่วงที่เผลอเพลิน ขาดสติสัมปชัญญะทำผิดศีล เป็นบาป- การผิดศีลทำให้เกิดความร้อนใจ ความรู้สึกผิดนี้เป็นหิริโอตัปปะ ละอายในบาปที่ทำลงไป ร้อนใจตอนนี้ ยังดีกว่าร้อนใจในภายหลัง และดีกว่าทำชั่วแล้วไม่ร้อนใจอะไรเลย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
พึ่งตน พึ่งธรรม ด้วยปัญญา [6931-1u] 26.07.2026 58минช่วงไต่ตามทาง:- ผู้ฟังท่านนี้ เมื่อตอนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคณะวิศวะ มีรุ่นน้องคนหนึ่งสัญญากับแม่ไว้ว่าจะไม่ดื่มเหล้า แต่ถูกรุ่นพี่บอกให้ดื่มเหล้าเพื่อเป็นการให้เกียรติรุ่นพี่ รุ่นน้องคนนี้มีหิริโอตัปปะ ละอายต่อแม่ จึงเอาตัวรอดโดยการต่อรองขอเป็นคนชงเหล้าให้รุ่นพี่และดื่มเครื่องดื่มอื่นที่ไม่ใช่เหล้าแทน เหตุการณ์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี รุ่นน้องก็อยู่ในสังคมได้ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:- ตัวอย่างสมัยพุทธกาล กรณีโพธิราชกุมาร อยากมีบุตร นายจุลกาลและนายมหากาล ถูกใส่ความ นายฆฏิการะ ช่างปั้นหม้อ และพ่อของนางอุตตรา ยากจน - ทำกรรมอย่างไร ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ซึ่งจะให้ผลเป็นสุขหรือทุกข์ - การทำดีโดยอยากได้ความดีตอบ เป็น “ความอยาก” - การทำความดีโดยไม่ได้หวังสุขเวทนา แต่ทำไปเพื่อกำจัดความอยาก ความตระหนี่ อันนี้เป็น “ปัญญา” - คำสอนของพระพุทธเจ้า ประกอบด้วย “ปัญญา” ต้องพิจารณาโดยแยบคาย ใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง ดังนี้(1) พิจารณาให้ได้ว่าการทำอะไรก็ตาม ให้หวังเอา “ปัญญา” ไม่ใช่หวังเอา “เวทนา” = การทำอะไรก็ตาม อย่าไปหวังให้สุขเวทนาเกิด ไม่อยากให้ทุกขเวทนาเกิด เพราะเป็นตัณหา (ความอยาก) ส่วนการทำอะไรแล้วได้ปัญญา ปัญญาจะเป็นตัวตัดความตระหนี่และความเข้าใจผิด ๆ ว่าทำอะไรแล้วจะต้องได้รับสุขเวทนา(2) พิจารณาให้ได้ระหว่าง “ตัณหา” (ความอยาก) กับ “ฉันทะ” (ความพอใจ) = การทำอะไรด้วยความอยากเป็นสิ่งไม่ดี แต่การทำด้วยความเพียร ด้วยฉันทะ ความพอใจ ตั้งจิตไว้อย่างแน่วแน่ เป็นหนึ่งในองค์ของอิทธิบาทสี่ ธรรมะแห่งความสำเร็จ(3) พิจารณาให้ได้ว่า การเอาความดีมาอ้างเพื่อทำความชั่ว เป็นสิ่งไม่ดี = เช่น พระเทวทัต ทำความดีเพื่อหวังลาภสักการะ, การพูดความจริงแต่เป็นการเสียดสีผู้อื่นทำให้เขาเสียใจ เป็นต้น หรือ บางคนไม่มีความดีบังหน้าแต่มีความดีซ่อนเอาไว้ เช่น พระปิลินทวัจฉะ ชอบเรียกคนอื่นว่าคนถ่อย แต่จริงแล้วท่านเป็นพระอรหันต์ที่มีเทวดารัก(4) พิจารณาไปตลอด ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง = เพราะดีกลับเป็นไม่ดีได้ และไม่ดีอาจกลับเป็นดีในตอนหลังได้โดยสรุป:การใช้ปัญญาพิจารณาโดยแยบคาย ใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง ไม่มองผิวเผิน และไม่มองเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่ดูไปตลอด เป็นไปเพื่อไม่ให้อาสวะเกิดขึ้นที่จิตของเรา ให้พิจารณามาที่ตัวเราว่า ตัวเรามีกิจอะไรที่ต้องทำ ที่ต้องละ ต้องทำกิจของมรรค 8 ละสิ่งที่เป็นอกุศล ทำสิ่งที่เป็นกุศล เราจะดีหรือไม่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของใคร แต่อยู่ที่ตัวเรา เราจึงต้องพึ่งตน พึ่งธรรม โดยใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญโดยแยบคายในลักษณะที่ไม่ให้อาสวะเกิดขึ้น ด้วยการฟังธรรม การศึกษาธรรม ปัญญาก็จะแจ่มแจ้งขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
บาปกรรม ของการขับรถชนพระ/ทุจริตสอบ/เจ้ามือการพนัน [6930-1u] 19.07.2026 56минQ1: ทุจริตสอบA: การทุจริตสอบ = โกหก = ผิดศีล 5- ถ้ากิเลสลดลง ความคิดที่จะโกง ก็จะไม่มี- เมื่อเห็นคนอื่นทำไม่ดี อย่าไปทำตามเขา แต่ให้เราทำความดี ความดีที่เราทำ จะมีอิทธิพลให้คนอื่นเกิดความละอายใจและเกรงกลัวต่อบาปได้- ระดับความละอายใจ (1) ตนเตือนตน (2) คนใกล้ชิดเตือน (3) มหาชนเตือน (4) ติดคุก (5) ตกนรก- ให้มองการณ์ไกล อย่ามองแต่ความสุขเฉพาะหน้า ก่อนคิดทำความชั่ว ให้กลัวผลที่จะได้รับทั้งในปัจจุบันและอนาคต แม้ไม่มีใครรู้ แต่จะเป็นตราบาปในใจ- หิริโอตัปปะ เป็นธรรมคุ้มครองโลก- คนฉลาดจะแยกแยะได้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้วเลือกทำสิ่งที่ดี คนชั่วต่างหากที่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้ว ยังเลือกทำสิ่งที่ชั่ว นั่นคือคนพาล Q2: ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ขนยาเสพติดA: ถ้าไม่มีเจตนา บาปในใจ จะไม่มี- มงคลสูตรข้อแรก คือ ไม่คบคนพาล - ต้องพัฒนาปัญญาของตนเอง ให้แยกแยะคนดีคนชั่วได้Q3: เด็กพิเศษขับรถชนพระA: บาปมากน้อย ขึ้นอยู่กับแรงของเจตนาและคุณของผู้ที่ถูกประทุษร้าย- แรงของเจตนา = เปรียบกับความหนักของรอยกรีดบนน้ำ บนทราย บนหิน - คุณของผู้ที่ถูกประทุษร้าย = ถ้ามีคุณต่อตนมาก ก็บาปมาก ถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ ก็บาปมาก ถ้าเป็นผู้มีศีล สมาธิ ปัญญามาก ก็บาปมาก- ให้ตั้งตนไว้ในความไม่ประมาท ความตายอยู่ใกล้มาก ให้รีบทำความดี จะได้อยู่ผาสุกได้Q4: พระไทยไม่เรียนวิทยายุทธเหมือนพระจีน A: พุทธศาสนามี 3 นิกาย (1) เถรวาท (ไทย พม่า ศรีลังกา) = เน้นตามพระไตรปิฎก หมายเอาท่านพระเถระมหากัสสปะ ตอนที่อยู่ในถ้ำสัตตบรรณคูหา ที่ไม่แก้สิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นหลัก(2) มหายาน (จีน เวียดนาม ไต้หวัน) = ในยุคก่อนต้องมีการปรับตัว จึงต้องเรียนวิทยายุทธ(3) วชิรญาณ (ธิเบต ภูฏาน) = มีคาถามนตรา- นักวิชาการเป็นคนแยกแยะนิกาย โดยดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น - การแก้สิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดความต่างกัน- โจรที่แท้จริง คือ กิเลส - การปฏิบัติธรรมตามมรรค 8 และการฝึกพลังจิต พลังสมาธิ พลังปัญญา เป็นวิทยายุทธภายใน ป้องกันโจรในภายในได้Q5: เจ้ามือการพนัน ให้เช่าที่ขายลอตเตอรี่A: เงิน เปรียบเหมือนงูพิษ ไม่ว่าจะเป็นเงินขาว เงินเทา เงินดำ ถ้าไม่ระวังจะตกเป็นทาสของเงิน- ดวงอยู่ที่การกระทำ ถ้าทำดี ดวงแข็ง ถ้าทำไม่ดี ดวงอ่อน- การพนัน เป็น 1 ในอบายมุข 6 เจ้ามือการพนัน จึงดวงตกทุกวัน - บัญชีบุญ-บัญชีบาป แยกกัน- ความดีช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ เปรียบเหมือนเกลือ (ความชั่ว) น้ำ (ความดี) และความเค็มของน้ำ (ผลของบาป) แต่ลบล้างความดีความชั่วกันไม่ได้Q6: ทำตามที่สาบานไม่ได้A: สาบาน = สัญญา - ให้ไปต่อรองข้อสัญญาใหม่เป็นอย่างอื่น ที่คิดว่าจะชดเชยกันได้ เพื่อความสบายใจของเรา - เปลี่ยนการบน/สาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนจากเรา แล้วตั้งจิตอธิษฐาน คือ การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าในการจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ด้วยการสร้างเหตุตามเงื่อนไขปัจจัยให้สมบูรณ์ ในช่วงเวลาหนึ่งQ7: พูดไม่จริงแต่ไม่เดือดร้อนใครA: เป็นโมหะ เพราะไม่รู้ตัวว่าตนเป็นในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่พูด- โมหะ (ทางใจ) การพูดไม่จริง (ทางวาจา) การกระทำที่แสดงออกมา (ทางกาย) เป็นบาป- ต้องมีกัลยาณมิตรมาชี้โทษ = ผู้ชี้ขุมทรัพย์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
เพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยสันโดษ [6929-1u] 12.07.2026 56минช่วงไต่ตามทาง: เล่นโทรศัพท์มากเกินไปA: ผู้ฟังท่านนี้ใช้เวลาไปกับการเล่นโทรศัพท์มากเกินไป จึงแก้ไขด้วยการแบ่งเวลาทำงานกับการเล่นโทรศัพท์ให้ชัดเจน หรือปิดโทรศัพท์แล้วไปทำอย่างอื่น เช่น ไปหลีกเร้นช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: เพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยสันโดษวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน มีดังนี้1. ทำความเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้อง- “สันโดษ” หมายถึง ความพอใจ ความยินดีตามมีตามได้ในสิ่งที่เรามี - พระพุทธเจ้า ทรงสอนให้มีทั้งสันโดษและไม่สันโดษ ให้สันโดษ (รู้จักอิ่มจักพอ) = ในปัจจัยสี่ สิ่งของภายนอก กาม ไม่สันโดษ (ไม่รู้จักอิ่มจักพอ) = ในกุศลธรรมทั้งหลาย เช่น อิทธิบาท 4- เมื่อมีความเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้องแล้ว จะสามารถแยกแยะเรื่องอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้2. เจริญอิทธิบาท 4 (1) ฉันทะ = มีความพอใจในการทำงาน (2) วิริยะ = ความเพียร ความอุตสาหะ (3) จิตตะ = ความเอาใจใส่ จดจ่อ (4) วิมังสา = การไตร่ตรองพิจารณาทดลองค้นคว้า- ประสิทธิภาพในงานจะเกิดขึ้นตรงที่มีสมาธิจดจ่อ การเจริญอิทธิบาท 4 ข้อใดข้อหนึ่ง สามารถเป็นฐานให้เกิดสมาธิได้ เมื่อจิตเกิดสมาธิแล้วก็จะสามารถทำงานนั้นให้สำเร็จได้ 3. ความคงไว้ซึ่งสมาธิ - สมาธิเป็นจุดสำคัญ ในการจะทำอะไรก็ตามให้เกิดความสำเร็จ สมาธิไม่จำเป็นต้องอยู่ในอิริยาบถนั่งหลับตา- “สติ” เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดสมาธิ จึงต้องทำให้สติมีกำลัง เพื่อให้สมาธิไม่เสื่อม- “นิวรณ์ 5” เป็นเครื่องกั้น เครื่องขวาง การมุ่งหน้าไปสู่ความสำเร็จ นิวรณ์ 5 เกิดขึ้นตรงไหน สมาธิตรงนั้นจะเสื่อมทันที ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จึงต้องละนิวรณ์ 5 อันได้แก่ (1) กามฉันทะ = ความพอใจในกาม สิ่งของภายนอก (2) พยาบาท = ความคิดอาฆาต ปองร้าย ให้เขาได้ไม่ดี (3) ถีนมิทธะ = ความง่วงซึม ความหดหู่ ท้อแท้ท้อถอย (4) อุทธัจจกุกกุจจะ = ความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ วิตกวิจารณ์ (5) วิจิกิจฉา = ความเคลือบแคลง ไม่ลงใจ4. ลดความเครียดในการทำงาน - วิธีสังเกตว่ามีความเครียดในการทำงาน คือ มีนิวรณ์ 5 เกิดขึ้น- วิธีคลายความเครียด เช่น เปลี่ยนอิริยาบถ พักผ่อนสายตา ออกกำลังกาย สวดมนต์ นอน เดิน - วิธีที่ไม่ใช่การคลายความเครียด คือ ไปหากาม เช่น การเล่นโทรศัพท์ - “การเจริญฉันทะเพื่อละฉันทะ” คือ การนำธรรมฉันทะมาเพื่อละกามฉันทะ - เราต้องมีวิธีการลด ละความเครียดในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยสรุป: “ทุกคนมีศักยภาพในการทำงานให้สำเร็จและสามารถดึงศักยภาพนั้นออกมาใช้ได้ โดยต้องเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้อง เจริญอิทธิบาท 4 คงไว้ซึ่งสมาธิ และลดความเครียดในการทำงาน ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
ดื่มเหล้า ไม่เดือดร้อน [6928-1u] 05.07.2026 57минQ1: ดื่มเหล้า แบบไม่สร้างความเดือดร้อนA: การดื่มเหล้า เป็นโทษทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย และเป็นโทษทั้งในปัจจุบัน ในเวลาต่อมา และในเวลาต่อ ๆ มา- โทษของความเป็นนักเลงสุรา = เป็นบ่อเกิดของโรค ทอนกำลังปัญญา เสื่อมทรัพย์ เกิดทะเลาะวิวาท ไม่รู้จักละอาย ทำให้เสื่อมเสียงชื่อเสียง- ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท = ปัญหาจะเกิดขึ้น เมื่อดื่มสุรา เล่นพนัน คบเพื่อนชั่ว- ถ้าต้องดื่มสุราจริง ๆ ก็รักษาศีลอีก 4 ข้อให้ดี + เพิ่มสัมมาวาจา (ไม่พูดยุยงให้แตกกัน ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ) ก็จะมีโทษน้อยลงหน่อย อาจจะยังไม่เกินเส้นของความประมาทได้- เปลี่ยนวิธีฉลองจากดื่มสุรา เป็นการทำความดี เช่น ให้ทาน ช่วยเหลือคนอื่น ปฏิบัติธรรมQ2: หนี้สิน = บ่วงA: กับดัก = บ่วง = ความยึดถือ- ระบบเศรษฐกิจของโลก เป็นบ่วงของมนุษย์ ทำให้ทุกคนต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน ดอกเบี้ยเป็นตัวบังคับไม่ให้เงินฝืดหรือเงินเฟ้อจนเกินไป - เมื่อติดบ่วงแล้ว ก็อาจนำไปสู่การทำชั่วได้- หนี้ มี 3 ระดับ แต่ละระดับมีทั้งติดบ่วงและไม่ติดบ่วง1) หนี้จากความฟุ่มเฟือย = เกิดจากความยึดถือในสถานะทางสังคม จึงต้องมีรถ มีบ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศ ให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ 2) หนี้จากความจำเป็น = เกิดจากความยึดถือในความจำเป็นนั้น ยิ่งกิเลสมากก็จะเห็นสิ่งที่ไม่จำเป็น กลายเป็นสิ่งจำเป็นได้มาก 3) ไม่มีหนี้ - วิธีแก้บ่วงของมนุษย์ = ให้ละความยึดถือความสุขในโลก (โลกธรรม 8) ไม่ยินดี ในสุข ลาภ ยศ สรรเสริญ และไม่ยินร้าย ในทุกข์ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทาถ้าตอนนี้ยินร้ายเพราะหนี้ ก็เนื่องจากยินดีในเงินที่ยังไม่มี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไว้- มรรค 8 เป็นทางออกของทางหลุดออกจากบ่วง Q3: ความสุขระหว่างวันA: ความสุขระหว่างวันอยู่ที่ปลายจมูก ให้ตั้งสติดูลมหายใจ - ไม่ลืมลมหายใจ = ไม่เผลอ = ไม่เพลิน- ตอนที่มีสติอยู่กับลมหายใจ ก็ยังรับรู้สิ่งรอบตัวไปพร้อมกันได้ แต่จะไม่เผลอ ไม่เพลินไปกับสิ่งนั้น- การตั้งสติ เป็นจุดเริ่มของการหาความสุขที่นี่ เดี๋ยวนี้ - อย่ามองข้ามจมูกของเรา พอเรานึกถึงลมหายใจ ความระลึกได้นั้นคือ “สติ” นึกได้คือไม่ลืม ไม่ลืมคือไม่เผลอ ไม่เผลอคือไม่เพลิน ไม่เพลินไปตามเสียงที่ได้ยิน ภาพที่เห็น จิตจะรับรู้ว่านี่คือสุขหรือทุกข์ แต่จะไม่แกว่งไม่เพลินไปตามนั้นQ4: พักผ่อนน้อย แต่ต้องการปฏิบัติธรรมA: ถ้าพักผ่อนไม่พอ ต้องนอนให้หลับ โดยให้แผ่เมตตาก่อนนอนและเมื่อตื่นนอนQ5: เหตุที่คนเข้าวัดเยอะขึ้น A: คนเข้าวัด อาจเพราะมีทุกข์มากขึ้น หรืออาจมีปัญญามากขึ้นก็ได้Q6: ทำผิดด้วยความจำเป็นA: กรรม = การกระทำ- ทุกคนเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร - แม้มีสัมมาทิฏฐิ รู้ว่าอะไรดีหรือชั่ว แต่ที่ยังทำดีไม่ได้ เพราะมีมิจฉาวายามะ (การลงมือทำจริง แน่วแน่จริง) หรือมีมิจฉาสติ (ระลึกถึงความดี) ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้ไปทางมิจฉาทิฏฐิมากขึ้น ทำให้สัมมาทิฏฐิที่เคยมีหายไป เช่น เคยทำชั่วแล้ว ก็จะทำชั่วครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น- ต้องปรับกาย วาจา ใจ ให้ตรงกัน ให้ไปทางพูดดี คิดดี ทำดีQ7: พูดไม่ตรงกับใจA: คนเราต้องดัดจริตที่ไม่ดี ถ้าเราคิดไม่ดี เราต้องดัดความคิดของเราให้ดี ไม่ใช่ดัดวาจาให้เป็นไปตามความคิดที่ไม่ดีนั้น- ทางสายกลาง = ต้องมีปิยวาจา พูดดี ไม่กระแนะกระแหน ไม่ประจบประแจง แล้วปรับจิตปรับใจ ให้ตรงกับวาจาที่ดี ให้ตรงกับกายที่มีศีล สัมมาทิฏฐิของเราก็จะเจริญขึ้นQ8: ทำบุญวันพระA: ฤกษ์งามยามดี คือ เวลาที่สะดวกและมีจิตที่เป็นกุศล วันไหนก็ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
กับดักของมาร [6927-1u] 28.06.2026 1чช่วงไต่ตามทาง: กับดักเงินกู้- เจ้าของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ต่อมา คิดเพิ่มมูลค่าให้บริษัทด้วยการรับงานใหญ่ขึ้น จึงกู้เงิน แต่เกิดปัญหา มีข้อผิดพลาดในงานมากขึ้น รายจ่ายเพิ่มขึ้น สภาพคล่องทางการเงินเริ่มมีปัญหา ก็กู้เงินเพิ่มขึ้นอีกจนไปถึง 70 ล้านบาท ตอนนี้เครียดมาก- ดอกเบี้ยจากการกู้เงินเป็นกับดัก เป็นบ่วงที่ล็อคไว้ ทำให้ออกมาได้ยาก ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: กับดักของมาร- กับดัก คือ บ่วง- ลิงโง่จะเห็นว่า เหยื่อเป็นอาหาร แต่จริง ๆ แล้วเป็นกับดัก เพราะมีอันตรายซ่อนอยู่กามเป็นกับดักของมาร- กามทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ล้วนเป็นกับดักที่มารวางไว้ในโลกนี้ ทั้งที่เป็นบ่วงของมนุษย์และบ่วงของทิพย์บ่วง/กับดักของมนุษย์- สิ่งต่าง ๆ ที่เห็นว่าดี จริง ๆ แล้วเป็นกับดักของมนุษย์- การกู้เงิน เหมือนว่าจะดี แต่จริง ๆ แล้ว มีกับดักคือ ดอกเบี้ย เป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ ทำให้เกิดโทษคือ ความไม่มีอิสระทางการเงิน อาจนำไปสู่การกระทำใดที่เป็นอกุศลธรรมได้บ่วง/กับดักอันเป็นของทิพย์- บ่วงที่เป็นของทิพย์ คือ ความยึดถือ- แม้แต่คนที่ไม่ได้กู้เงิน ก็มีบ่วงที่เกิดจากความยึดถือในลาภ (สินทรัพย์ เงินทอง ครอบครัว ยศ ตำแหน่ง คำสรรเสริญ ความสุขทั้งหลาย) ซึ่งมีอันตรายซ่อนอยู่เช่นกัน ถ้าเผลอ มัวเมา ประมาท เสพสิ่งเหล่านั้นอยู่ ซึ่งเป็นของไม่เที่ยง เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดเปลี่ยนแปลงไป ก็จะเกิดทุกข์วิธีหลุดจากบ่วงของมาร- บุคคลที่เห็นโทษของกามหรือโทษของการครองเรือน แล้วออกบวช อาจติดบ่วงที่เป็นทิพย์ได้ ถ้ามีมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการบรรลุพระนิพพาน)- แต่บุคคลที่หลีกออกจากกามแล้ว ทำความเพียรในการปฏิบัติแล้วโดยไม่ติดบ่วงของมิจฉาทิฏฐิ ปฏิบัติแล้วได้ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิขั้นที่ 1-4 - ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิ เป็นความสุขที่มารจะมองไม่เห็น มารจะตามไปไม่ได้ - เราจะรอดพ้นจากเงื้อมมือมารได้ ก็ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ให้หาความสุขจากในภายใน อย่าหาความสุขจากภายนอก คือ กาม ที่จะเป็นกับดัก เป็นบ่วงของมาร ทั้งที่เป็นบ่วงของมนุษย์และบ่วงที่เป็นของทิพย์ เพราะมีอันตรายซ่อนอยู่ในนั้นโลกธรรม 8 - โลกธรรม 8 ได้แก่ ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ - โลกธรรม 8 เป็นสิ่งธรรมดาของโลก- ผู้ที่ติดอยู่ในโลก = ติดในโลกธรรม 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
แม่ฟ้องลูก [6926-1u] 21.06.2026 56минQ1: แม่ฟ้องลูกประพฤติเนรคุณA: ถ้าเรารักษาทิศทั้ง 6 ให้ดี ก็จะไม่มีภัยจากทิศนั้น - ทิศเบื้องหน้าคือ พ่อแม่ ทิศเบื้องหลังคือ ลูก - ถ้าพ่อแม่ลูกมีปัญหากันแสดงว่า ลูกทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหน้าไม่ดี และ/หรือ พ่อแม่ทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหลังไม่ดี- ต้องตั้งจิตให้ดีว่า เราทำหน้าที่ของเราต่อทิศนั้น ๆ ดีแล้วหรือไม่- ถ้าเราทำหน้าที่ของเราในทิศทั้ง 6 ให้ดีแล้ว ความสบายใจ ความไม่เป็นพิษเป็นภัยจากทิศนั้น จะเกิดขึ้นกับเรา จะไม่ถูกบีบคั้น - ถ้าเราปฏิบัติตามธรรม ธรรมจะคุ้มครองเรา ให้เรามีจิตใจที่สบายอยู่ได้ - ลำดับความสำคัญของแต่ละทิศ เป็นความบีบคั้นของผู้ครองเรือนที่ต้องดูแลทิศทั้ง 6 ไปพร้อมกัน แต่มีแนวทางให้เกิดความลงตัวได้ ถ้าบริหารจัดการใน 3 เรื่อง ดังนี้(1) เรื่องเงิน = รายรับต้องท่วมรายจ่าย และแบ่งใช้ใน 4 หน้าที่ คือ เลี้ยงดูคนในครอบครัว เก็บ ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ทำบุญให้ทานในเนื้อนาบุญ (2) เรื่องเวลา = แบ่งเวลาให้แต่ละทิศ(3) เรื่องความคิด = คิดในการจัดการเรื่องต่าง ๆ เช่น เงินช่วยเหลือผู้ชรา สิทธิรักษาพยาบาล- การดูแลพ่อแม่ สามารถดูแลเองก็ได้ หรือจัดการให้ผู้อื่นกระทำก็ได้- หิริโอตัปปะ เป็นธรรมะเครื่องคุ้มครองโลก- สังคหวัตถุ 4 - การออกบวช ทำให้หลุดออกจากความบีบคั้นของผู้ครองเรือนในทิศทั้ง 6 ได้ Q2: ช่างมัน VS ปล่อยวางA: ถ้ามีโมหะ ก็ไม่ใช่การปล่อยวาง อาจจะเป็นการเก็บกดด้วยซ้ำ- ลำดับนำไปสู่การปล่อยวาง คือ (1) มีสติ(2) จิตสงบเป็นสมาธิ(3) เห็นตามความเป็นจริงซ้ำ ๆ (4) เบื่อหน่าย (นิพพิทา) = เบื่อหน่ายเกิดจากปัญญา ไม่ใช่การเบื่อเซ็งที่จะไปยึดถือสิ่งอื่นต่อไป(5) คลายกำหนัด (6) ปล่องวาง - ถ้าอินทรีย์แก่กล้าก็จะปล่อยวางได้เร็ว- อินทรีย์ 5 ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาQ3: ปฏิบัติธรรมมานานแต่ติเตียนผู้อื่นA: เมื่อปฏิบัติธรรมแล้ว เห็นธรรมะข้อใดข้อหนึ่ง จะเกิดความรู้สึกว่า ยิ่งบอกธรรมะต่อยิ่งดี อยากให้คนอื่นเข้ามาพิสูจน์รู้ธรรมไปด้วย- การเผยแผ่ธรรมะด้วยการติเตียนผู้อื่น ไม่ดี - การเผยแผ่ธรรมะ มีลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ (1) ไม่เทศน์กระทบตนหรือผู้อื่น(2) พูดไปตามลำดับ ไม่ลัดให้ขัดความ(3) แสดงธรรมไปตามตัวบทQ4: รู้ธรรมะ แต่ปฏิบัติตามได้ยากA: ในขณะที่เจอความวุ่นวาย ต้องรักษาจิตของเราก่อน ให้ปิดการรับรู้เรื่องภายนอกก่อน เมื่อรักษาจิตของเราได้แล้ว ค่อยเปิดการรับรู้เรื่องภายนอก - ให้รักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว รักษากัลยาณมิตร และตั้งสติไว้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข [6925-1u] 14.06.2026 57минช่วงไต่ตามทาง: พ่อติดเหล้า ติดบุหรี่- พ่อชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ลูกก็คอยเตือนจนกลายเป็นการจับผิด ต่อมา ลูกไปสอบถามผู้รู้ว่าต้องทำอย่างไร พอได้คำตอบก็เอามาบอกพ่อ เมื่อพ่อรู้ ก็เกิดหิริโอตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) จึงเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ทำให้บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น ไม่มีการจับผิด - พึงระวังพฤติกรรมไม่ดีกลับมา เพราะกิเลสอยู่ในใจอาจกลับมาได้ทุกเมื่อช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข”ประการที่หนึ่ง ชำนาญในอารมณ์ความรู้สึกของตน- ถ้าโกรธ ก็ให้ใจเย็นมีเมตตา ถ้ากลัว ก็ให้มีความกล้า ถ้ามีความอยากในสิ่งใด ก็ให้เห็นตามความเป็นจริงว่าสิ่งนั้นไม่เที่ยงเป็นสิ่งปฏิกูล ถ้าถูกอิจฉา ก็ให้มีความกรุณา ถ้าถูกต่อว่า ก็ให้มีเมตตา ถ้าริษยาผู้อื่น ก็ให้มีมุทิตา- เมื่ออารมณ์เสีย ต้องรู้จักวิธีระบายอารมณ์ ถ้ายังปรับเปลี่ยนทำใจให้ดีในทันทีไม่ได้ ก็ต้องหาคนรับฟังที่รับอารมณ์ของตนได้ประการที่สอง เก่งในการงานและการเงิน- ทำงานอย่าหวังเอาเงิน แต่ให้หวังเอางาน เพราะถ้าหวังเอาเงิน เงินจะใช้เราทันที จะตกเป็นทาสของเงิน กิเลสจะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา- ความสำเร็จเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขของเงิน- เงินที่ได้มาต้องหามาอย่างถูกต้องตามธรรม- อย่าตกเป็นทาสของเงิน อย่าตระหนี่- ต้องละอบายมุข เพื่อไม่ให้เงินรั่วไหล- ให้แบ่งจ่ายทรัพย์ออกเป็น 4 หน้าที่(1) เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว(2) เก็บรักษาหรือนำไปลงทุน(3) เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น บริจาค(4) เพื่อหวังเอาบุญ – ทำบุญในเนื้อนาบุญ- ในเรื่องการงาน ต้องทำการงานให้ดีที่สุด จนเขาเก็บเราไว้ในตำแหน่งนั้นไม่ได้ ต้องเลื่อนตำแหน่งให้ ถ้าเจ้านายหรือบริษัทนี้ไม่เห็น ก็ต้องมีคนเห็น ให้ย้ายไปได้- ความเพียรในงาน ไม่ใช่ความเครียดประการที่สาม เก่งในเรื่องคนรอบตัว- ให้ปฏิบัติตามทิศ 6 (1 บิดามารดา = ถ้ายังอยู่ ให้เลี้ยงท่านตอบ ช่วยกิจการงาน ปฏิบัติตัวให้ดี ดำรงวงศ์สกุลให้ดี(2) ครูอาจารย์ = เข้าไปปรนนิบัติ ศึกษาศิลปวิทยา โดยความเคารพ นอบน้อม แม้จะไม่เห็นครูอาจารย์ก็ตาม(3) สามี ภรรยา ลูก = หน้าที่สามีต่อภรรยา คือ พูดจาดี ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่นอกใจ ให้เครื่องประดับหน้าที่ภรรยาต่อสามี คือ ปฏิบัติต่อคนรอบข้างของสามีให้ดี รักษาทรัพย์ ใช้จ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง ไม่เกียจคร้านหน้าที่ต่อลูก คือ ให้ตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป ให้ศึกษาศิลปวิทยา ให้มีคู่ครองที่สมควร มอบมรดกให้ตามเวลา(4) เพื่อน = ไม่พูดให้แตกกัน ไม่พูดให้เสียใจ แบ่งปันกัน(5) เจ้านายลูกน้อง = หน้าที่ต่อเจ้านาย คือ ขยันทำงาน ร่ำลือความดีของเจ้านาย ไม่ขโมยหน้าที่ต่อลูกน้อง คือ ให้อิสระตามสมัย ให้ค่ารักษาพยาบาล ให้ค่าจ้างรางวัล(6) พระสงฆ์ = ฟังธรรม เข้าไปสอบถามปัญหา โดยสรุป: การมีธรรมะอยู่ในครอบครัว จะทำให้การครองเรือนราบรื่นอยู่เป็นสุข นำความผาสุกให้เกิดในชีวิตของเราได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
ความสุขง่าย ๆ ในทุกวัน [6924-1u] 07.06.2026 53минQ1: อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์A: “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ระดับในการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ท่านเปรียบกับม้าอาชาไนยที่ถูกฝึก 4 ระดับ (1) สังเกตปฏักแล้วทำตามคำสั่ง = ดูข่าวแล้วเห็นความไม่แน่นอน(2) ทำตามเมื่อถูกปฏักสะกิด = เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า(3) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มหนัง = ผู้เสียชีวิตเป็นคนรู้จัก (4) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มลึกถึงกระตูก = เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุนั้นเอง แต่บาดเจ็บรอดมาได้- ทำวันนี้ให้ดีที่สุด = ต้องฝึกสติให้มีกำลัง คิดถึงความดีของตน อย่าคิดถึงความไม่ดีQ2: ลำดับความสำคัญในชีวิตA: ถ้าเป็นพระ = ศีล- ถ้าเป็นฆราวาส = ศีล + ศรัทธา + ทิศ 6 + อิทธิบาท 4 + พรหมวิหาร 4Q3: วิธีทำใจกับความผิดหวังA: ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ คือ (1) พุทโธ = ทางออกของปัญหาต้องมี(2) ธัมโม = เส้นทางในการแก้ปัญหา(3) สังโฆ = ถ้าปฏิบัติตามเส้นทางนั้น ปัญหาจะถูกแก้ไข- ผลของความทุกข์มี 2 แบบ คือ จมอยู่ในกองทุกข์ หรือหาทางออกของความทุกข์นั้นQ4: การยุ่งเรื่องคนอื่นมากA: ความสุขทางกาย เช่น กินอิ่ม นอนหลับ เป็นเรื่องจำเป็น แต่อย่าเอาเป็นหลัก- ให้เอาความสุขทางใจ เป็นหลัก- การยุ่งเรื่องคนอื่นมาก รวมถึงการเล่นโซเซียล จะทำให้ความสุขทางใจลดลงQ5: ความสุขง่าย ๆ ในทุกวันA: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น เช่น อารมณ์โกรธ ไม่พอใจ- โดยใช้เครื่องมือให้เกิดสติ เช่น ดูลมหายใจ ภาวนาพุทโธ พรหมวิหาร 4 Q6: สวดงานศพกี่วันA: พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดจำนวนวันไว้- งานศพ จัดเพื่อคนเป็น ไม่ใช่คนตาย- จำนวนวัน กำหนดโดยคนที่อยู่ ตามความสบายใจ การได้เห็นสมณะ ฟังธรรม ให้ทาน เป็นบุญ ทำให้จิตใจสงบQ7: เวลาน้อยแต่ต้องการปฏิบัติธรรมA: ให้การปฏิบัติธรรมอยู่ในกิจวัตรประจำวันได้ ให้มีสติอยู่ในทุกอิริยาบท โดยไม่จำกัดเฉพาะรูปแบบการนั่งสมาธิQ8: กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์A: “ศรัทธา” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง = เอาสิ่งนั้นเป็นที่พึ่ง- “ที่พึ่งที่ช่วยให้พ้นทุกข์” = พระพุทธ (การตรัสรู้) พระธรรม (มรรค 8) พระสงฆ์ (ผู้ที่ทำได้แล้ว) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก [6923-1u] 31.05.2026 1ч 1минช่วงไต่ตามทาง: ผู้ชายเคยให้ผู้หญิงไปทำแท้ง- ชายท่านหนึ่งอายุ 39 ปี ในชีวิตประจำวัน มีความวุ่นวายใจ ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว อารมณ์ขึ้นลง ไม่มีความสงบ- ช่วงวัยรุ่นเคยทำผู้หญิงท้องแล้วให้ไปทำแท้ง ผิดศีลไปแล้ว ทำให้เกิดความร้อนใจ- จึงพยายามแก้ไขด้วยการตั้งจิตขึ้นใหม่ สมาทานศีล ตั้งใจว่าทุกวันจากนี้จะรักษาศีลให้ดี แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เคยเบียดเบียน ทั้งหญิงคนนั้น เด็กที่เสียไป ผู้เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง และให้ทานทุกวัน พอครบวันเกิดก็เอาไปทำบุญในเนื้อนาบุญ- ชายคนนี้ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นเวลาปีกว่า ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใจเย็นลง มีความผาสุกมากขึ้น ปัญหายังมีแต่อารมณ์ไม่แปรปรวนเหมือนก่อน- ดังนั้น ทุกปัญหาแก้ไขได้ ถ้าปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างน้อยจิตใจจะมีความผาสุกได้อย่างแน่นอนช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก”- ตรงไหนไม่ผาสุก แสดงว่าตรงนั้นไม่มีธรรมะ ต้องใส่ธรรมะลงไปในจุดที่เป็นปัญหา จึงต้องรู้จักสังเกตเครื่องหมายหรือนิมิตในเรื่องนั้น ๆ- การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ไม่ว่าจะในวัด บริษัท องค์กรใด ๆ หรือครอบครัว ต้องปรับจิตปรับใจเข้าหากัน ตั้งทิฏฐิความเข้าใจไว้ให้ถูกต้อง- “ธรรมวินัย” เป็นเบ้าหลอมจิตใจที่มีความแตกต่างกัน ให้มารวมกันได้ “การให้ธรรมะ” ไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของหรือคำพูด เพียงแค่ปฏิบัติตามธรรม ก็ชื่อว่าให้ธรรมะแล้ว(1) เมตตา = ให้มองด้วยสายตาของคนที่รักกัน มีเจตนาที่ดีต่อกัน (2) กรุณา(3) อุเบกขา(4) ถ้าทำ 3 ข้อข้างต้นไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าไปคิดถึงเขา ให้คิดเรื่องอื่น มองให้เห็นข้อดีของผู้อื่นพระสารีบุตรบอกไว้ว่า เมื่อเห็นข้อไม่ดีของผู้อื่น ให้หาข้อดีของเขาให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ เพื่อพัฒนาจิตของเรา อย่าไปอาฆาตพยาบาทหรือไม่พอใจเขา แต่ให้ตั้งไว้ด้วยความเมตตา ถ้าเขาไปมืดแล้ว เราอย่าไปมืดตามเขา ให้จิตใจเราไปในทางสว่าง “สาราณียธรรม 6” (1) เมตตาทางกาย(2) เมตตาทางวาจา(3) เมตตาทางใจ(4) แบ่งปันสิ่งของให้กันและกัน(5) มีศีลเสมอกัน(6) มีทิฏฐิเสมอกันชนะใจตนเอง- เอาชนะจิตใจตัวเอง อย่าโกรธ อย่าอาฆาตพยาบาท อย่ามีโมหะ - ความคิดมีความสำคัญ คิดผิด=สัตว์นรก คิดร้าย = สัตว์เดรัจฉานคิดเพ่งในของคนอื่นที่เราไม่มี = เปรต คิดกลัวความชั่วของตัวเอง = อสูรกาย คิดรับผิดชอบในการกระทำของตน = มนุษย์คิดดี = เทวดาคิดเมตตากรุณา = พรหมคิดรู้เท่าทันและปล่อยวางได้ เย็นเฉพาะตน = นิพพานชั่วขณะ ถ้าทำบ่อย ๆ ก็เป็นนิพพานจริง ๆ ได้ หลุดพ้นความทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
ตัดแม่ตัดลูก [6922-1u] 24.05.2026 51минQ1: ชอบทำบุญ แต่ไม่ชอบเสียภาษีA: การแบ่งจ่ายเงินที่ถูกต้อง มีลำดับดังนี้ (1) ใช้จ่ายที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ(2) จ่ายภาษี(3) ช่วยเหลือคนอื่นทั่วไป(4) ให้ทาน- คนไม่จ่ายภาษีแต่มีเงินทำบุญ มี 2 สาเหตุ (1) รายได้น้อย (2) รายได้มาก มีเงินทำบุญ แต่ไม่จ่ายภาษี เพราะเป็นสายมูเตลู จ่ายเงินหวังผล คิดว่าการเสียภาษีไม่ได้อะไรกลับมา มีแต่เสียออกไป- ควรปรับความคิดเป็นว่า การจ่ายภาษีไม่ใช่การเสีย แต่เป็นการให้ การจ่ายภาษีของเราเป็นไปเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม ในขณะที่คนอื่นไม่ให้ แต่เราเป็นผู้ให้ ก็จะเกิดความสุขในจิตใจในขณะที่จ่ายภาษีได้ เป็นการสั่งสมบารมี- ระบบราชการ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า นำเงินภาษีไปใช้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจเห็นว่าได้รับประโยชน์จากเงินภาษีที่จ่ายไปQ2: พญานาคกับพระพุทธศาสนาA: หากนึกถึงพญานาค ให้นึกถึงศีล คุณงามความดี- ให้อธิษฐานสร้างเหตุที่จะขอ ไม่ใช่ขอผลที่อยากจะได้ โดยการขอให้ตั้งมั่นในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ขอตั้งมั่นในการมีจิตเมตตาอยู่เสมอQ3: โอกาสเจอกันชาติหน้าA: ถ้าคนที่ตายไปเป็นอรหันต์ ก็จะไม่เจอกันอีก เพราะจะไม่เกิดอีกแล้ว- ไม่ต้องรอชาติหน้า เอาชาตินี้เลย ให้นึกถึงความดีของคนนั้น ก็จะได้เจอคนนั้นแล้วQ4: วิธีแก้แค้นที่ดีที่สุดA: การกระทำตอบด้วยความสะใจ ไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นการเพิ่มความแค้น ผูกเวรกันมากขึ้น ถึงขั้นเปลี่ยนรูปแบบชีวิตได้- การแผ่เมตตาและการให้อภัย จะเป็นการคลายปม แก้ความแค้นในจิตใจของเราได้Q5: ทิ้งความเครียดไว้ที่ทำงานA: ต้องตั้งสติก่อนออกจากที่ทำงาน แยกแยะอันไหนทำเสร็จแล้ว อันไหนยังไม่เสร็จค่อยมาทำพรุ่งนี้ - สติ เป็นตัวช่วยในการปล่อยวางได้ดี ลดความเครียดได้Q6: ตัดแม่ตัดลูกA: พ่อแม่ลูกตัดกันไม่ขาด ยังไงก็ต้องคิดถึงกัน- ต้องมีสติมาก ๆ ไม่ให้จิตไหลไปตามกระแสที่เป็นอกุศล จนถูกบีบคั้น ทำในสิ่งที่ผิดพลาดไป- ถ้ายังไม่เป็นอนันตริยกรรม ก็สามารถแก้ไขได้ ให้เริ่มจากจิตที่ยังตัดกันไม่ขาดนั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข [6921-1u] 17.05.2026 57минช่วงไต่ตามทาง: ดูแลคนป่วย- คุณศรี เป็นพยาบาล ออกจากงานมาดูแลคุณพ่อป่วยโรคไต มีความกังวลมาก ใจเป็นทุกข์ หลายปีต่อมา ได้ศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคตับ ด้วยจิตใจที่มีธรรมะจึงยอมรับและเข้าใจสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ความกังวลใจลดลง ไม่ทุกข์ใจเหมือนช่วงดูแลคุณพ่อ หลังจากนั้น คุณศรีป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วงรักษามีทุกขเวทนาทางกายมาก แต่ด้วยธรรมะ ทำให้จิตตั้งอยู่เหนือเวทนานั้นได้ จนหายจากโรคมะเร็งและฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข”- สภาวะจิตใจของคนป่วย ได้แก่ ตกใจ ปฏิเสธความจริง กังวลใจ สับสน ต่อรอง มีเงื่อนไข เสียใจ หมดหวัง ไม่มีกำลังใจ ยอมรับความจริง กลับไปกลับมา- การยอมรับความจริงได้เร็ว = การรอบรู้เรื่องทุกข์ = ต้องมีสติ จึงจะมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง นำไปสู่การยอมรับความจริงได้วิธีละความยึดถือ - รวบรวมสติสัมปชัญญะขึ้น หายใจลึกๆ สังเกตร่างกาย ระลึกว่าเหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก ให้รีบละอกุศลธรรม ละสิ่งที่ยึดถือต่าง ๆ ยึดถือตรงไหน ให้ใส่ความเข้าใจลงไปตรงนั้น ก็จะคลายความกังวลใจได้ และให้นึกถึงความดีของตน เช่น ศีล - ศีล สติ สมาธิ ปัญญา จะทำให้ยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว- ให้เจริญพรหมวิหาร 4 โดยเฉพาะข้อกรุณา ให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่นวิธีอยู่กับความเจ็บป่วย(1) สัปปายะ = ทำความสบายแก่โรคนั้น ๆ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ถูกกับโรค(2) รู้ประมาณในความสบายนั้น(3) กินยา (4) บอกอาการไข้ตามความเป็นจริง(5) อดทนในทุกขเวทนาทางกายพิจารณาระดับการรักษา(1) แนวทางของโรคนั้น(2) อายุของผู้ป่วย(3) สภาพสิ่งแวดล้อม = การเงิน สถานที่รักษา คนดูแลหน้าที่ของผู้ดูแลคนป่วย(1) จัดยาให้ถูกต้อง(2) รู้จักของแสลง-ไม่แสลง(3) ดูแลผู้ป่วยด้วยจิตเมตตา ไม่ใช่มุ่งแก่อามิส(4) ไม่รังเกียจสิ่งปฏิกูลของผู้ป่วย (5) พูดให้ผู้ป่วยตั้งอยู่ในธรรมะ รื่นเริง ยอมรับความจริง ตามเวลาที่เหมาะสมโดยสรุป:โรคภัยไข้เจ็บ เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา สิ่งที่เกิด-ดับ คือ ทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์แล้ว ให้เห็นธรรมะด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วย [6920-1u] 10.05.2026 54минQ1: การฆ่าตัวตายในทางพระพุทธศาสนาA: การฆ่าโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือสัตว์อื่น ไม่ดีทั้งนั้น เพราะเป็นการทำชีวิตของบุคคลหรือสัตว์ให้ตกล่วงลงไป เว้นแต่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ก่อนและไม่หลังจากการตาย - การฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากความบกพร่องทางสมองหรือทางจิต โดยไม่ได้มีเจตนาทำบาปทำกรรมนั้น ถ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะ ยังไงก็เป็นเจตนา Q2: กิจของสงฆ์กับงานก่อสร้าง A: พระพุทธเจ้าตั้งชื่องานก่อสร้างของพระสงฆ์ไว้ว่า “นวกรรม” - งานก่อสร้างบางอย่างจำเป็น แต่ทรงเตือนว่าอย่าทำให้มาก อย่ายุ่งวุ่นวายกับมันเยอะ เพราะจะเป็น “เครื่องเนิ่นช้า” เป็นเหตุให้ 1. พระวินัยหย่อนยาน 2. ตั้งสติปัฏฐาน 4 ได้ยาก 3. เพื่อนไม่รัก Q3: บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วยA: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ถ้าคนจะสำเร็จอะไรได้ทุกอย่างเพียงการอ้อนวอนแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” ถ้าลำพังการสวดมนต์แล้วทำให้หายเจ็บป่วยได้ โลกนี้ก็จะไม่มีใครตาย - การสวดมนต์ในทางพระพุทธศาสนา คือ การพูดกล่าวตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยสอนไว้หรือสัชฌายะ (Recitation) ไม่ใช่การสวดเพื่อขอพร (Pray) - การที่เรามีความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ก็เพราะมีกายนี้ เมื่อมีกายก็ย่อมมีเวทนาที่เกิดขึ้นในกาย พอมีเวทนาเกิดขึ้นในกาย ก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ มีตาย จะไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องอย่าเกิด - การเข้าใจเรื่องโพชฌงค์ 7 สติปัฏฐาน 4 หรือสัญญา 10 ประการ จะทำให้เรากำจัดความเกิดได้ ถ้ากำจัดความเกิดได้ ก็จะกำจัดความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ รวมถึงกำจัดความตายได้ นี่ต่างหากที่เป็นแก่นแท้ของบทสวดมนต์นั้น Q4: บาปกับการทานเนื้อสัตว์ A: การฆ่ามี 3 ระดับ 1. ฆ่าเอง (ผิดศีล) 2. ใช้ให้เขาไปฆ่า (ผิดศีล) 3. ชักชวนให้คนอื่นทำ (ไม่ผิดศีล แต่ได้รับบาป) - การทานเนื้อสัตว์ มีทั้งรูปแบบที่เป็นการส่งเสริมการฆ่าสัตว์และไม่เป็น - ถ้ายังต้องประกอบอาชีพค้าขายสัตว์เป็นหรือเนื้อสัตว์อยู่ ก็ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และให้ตั้งจิตอธิษฐานที่จะเปลี่ยนอาชีพต่อไป Q5: การพูดซ้ำเติมผู้อื่นA: “ใครทำกรรมอย่างไรไว้ ก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น” - เราจะดีจะชั่ว ไม่ได้อยู่ที่ปากของคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา ให้ทำตามศีล สมาธิ ปัญญา มรรค 8 - เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค 8 แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดทั้งทุกขเวทนาและสุขเวทนา แต่ให้มั่นใจว่าทำดีต้องได้ดี แม้สุขเวทนาอาจจะยังไม่ให้ผลในตอนนั้นก็ตาม การได้ทำความดี นั่นคือดีแล้ว ให้มั่นใจว่า ความดีนั้นจะอยู่กับเรา ความดีนั้นจะรักษาผู้ที่ปฏิบัติดี ธรรมะจะคุ้มครองผู้ที่ปฏิบัติธรรมะ ไม่มีใครที่จะทำอันตรายผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย ให้มั่นใจในข้อนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information. -
ประสบการณ์เฉียดตาย [6919-1u] 03.05.2026 55минช่วงไต่ตามทาง: ประสบการณ์เฉียดตาย- คุณหญิง เคยประสบเหตุการณ์เฉียดตาย เกิดเจ็บป่วยเฉียบพลัน ในช่วงเวลานั้น ได้เกิดความเข้าใจว่าการฝึกสมาธิมาทั้งหมดก็เพื่อนำมาใช้เวลานี้ จึงน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย บิดามารดา ครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตรทั้งหลาย เมื่อรอดตายจึงนำมาเล่าให้ฟังช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ประสบการณ์เฉียดตาย- ตาย, มรณะ, จุติ = การหมดไปของอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)- หากเราเข้าใจความตาย เราจะเห็นคุณค่าของการมีชีวิต- หากเราไม่เข้าใจความตาย เราจะใช้ชีวิตด้วยความกลัว และจะหาสิ่งอื่นทำเพื่อชดเชยความกลัวนั้น ทำให้คุณค่าแห่งชีวิตลดลงไปทัศนคติที่เป็นประโยชน์ในเรื่องความตาย(1) ความตายเป็นเรื่องธรรมดา มีอยู่ตลอดเวลา ทั้งกายและใจ = หากเข้าใจ ก็จะไม่กลัว - ทางร่างกาย = เซลล์ต่าง ๆ เกิด-ตาย อยู่ตลอด เป็นความตายที่ซ่อนอยู่ในความมีชีวิต- ทางใจ = ความคิด ความสุข ความทุกข์ ก็เกิด-ดับ อยู่ตลอดเวลา(2) ตายแล้วไปไหน = ถ้ามีเหตุปัจจัยให้เกิด ก็จะไปเกิดอีก- ทางร่างกาย = กลับคืนสู่ดิน น้ำ ไฟ ลม- ทางใจ = สัญญา สังขาร จะทิ้งคราบไว้เป็นอาสวะฝังอยู่ในจิต(3) จิตสุดท้าย = ต้องรักษาให้จิตเป็นกุศล ตายแล้วเกิด VS ตายแล้วสูญ- เป็นมุมมองที่สุดโต่งทั้งสองข้าง - ถ้ามองว่าตายแล้วต้องเกิด = ก็จะไม่ทำความเพียร- ถ้ามองว่าตายแล้วสูญ = จิตจะน้อมไปในทางทำความชั่ว ไม่เกรงกลัวบาป- มุมมองในทางพระพุทธศาสนา = ความเกิดและความตาย เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัย ถ้าเหตุปัจจัยดับ ความเกิดและความตายก็ดับมรณานุสติ- มรณานุสติ เป็น 1 ในกรรมฐาน 40 กอง และเป็น 1 ในอนุสติ 10- การเจริญมรณานุสติ จะทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตที่เหลืออยู่- มรณานุสติ แบ่งเป็น 2 ส่วน(1) เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก = เราอยู่ใกล้ความตายนิดเดียว(2) พิจารณาว่ามีบาปอกุศลธรรมใดที่ยังละไม่ได้ หากตายไปเดี๋ยวนี้จะทำให้ไปไม่ดี = ให้รีบละบาปอกุศลธรรมนั้น และให้จิตตั้งอยู่ในกุศลธรรมให้ได้ในตอนนี้ ให้เหมือนกับไฟไหม้ผมหรือเสื้อผ้า โดยการตั้งสติ ทำความเพียร ตั้งจิตไว้กับความสงบในภายในให้ได้ ไม่ใส่ใจในเรื่องไม่ดี ให้เพ่งระลึกถึงความดีของตน เช่น การให้ทาน การรักษาศีล การช่วยเหลือผู้อื่น การมีปิยวาจา เป็นต้น จิตก็จะตั้งอยู่ในกุศลธรรม จิตจะมีปีติปราโมทย์ด้วยธรรม ก็จะไม่กลัวความตาย ไม่ใช่เพราะประมาท แต่เพราะมีกุศลธรรมรักษาจิตไว้แล้วคำแนะนำสำหรับผู้ใกล้ถึงความตาย- สิ่งที่ไม่ควรทำ = ร่ำไห้คร่ำครวญ พูดเรื่องกวนใจให้คิดไปในทางกามหรืออกุศล - สิ่งที่ควรทำ = พูดเรื่องที่ทำให้เกิดกุศลธรรม ให้เกิดปีติสุข จะทำให้ไม่กลัวความตาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Популярен в
Този подкаст се появява и в подкаст класациите на тези държави.