1 สมการชีวิต

1 สมการชีวิต

ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
USA
ジャンル Health & Fitness
言語 TH
エピソード数 374
最新 31.05.2026

ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>

エピソード

  • วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก [6923-1u] 31.05.2026 1時間 1分
    ช่วงไต่ตามทาง: ผู้ชายเคยให้ผู้หญิงไปทำแท้ง- ชายท่านหนึ่งอายุ 39 ปี ในชีวิตประจำวัน มีความวุ่นวายใจ ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว อารมณ์ขึ้นลง ไม่มีความสงบ- ช่วงวัยรุ่นเคยทำผู้หญิงท้องแล้วให้ไปทำแท้ง ผิดศีลไปแล้ว ทำให้เกิดความร้อนใจ- จึงพยายามแก้ไขด้วยการตั้งจิตขึ้นใหม่ สมาทานศีล ตั้งใจว่าทุกวันจากนี้จะรักษาศีลให้ดี แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เคยเบียดเบียน ทั้งหญิงคนนั้น เด็กที่เสียไป ผู้เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง และให้ทานทุกวัน พอครบวันเกิดก็เอาไปทำบุญในเนื้อนาบุญ- ชายคนนี้ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นเวลาปีกว่า ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใจเย็นลง มีความผาสุกมากขึ้น ปัญหายังมีแต่อารมณ์ไม่แปรปรวนเหมือนก่อน- ดังนั้น ทุกปัญหาแก้ไขได้ ถ้าปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างน้อยจิตใจจะมีความผาสุกได้อย่างแน่นอนช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก”- ตรงไหนไม่ผาสุก แสดงว่าตรงนั้นไม่มีธรรมะ ต้องใส่ธรรมะลงไปในจุดที่เป็นปัญหา จึงต้องรู้จักสังเกตเครื่องหมายหรือนิมิตในเรื่องนั้น ๆ- การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ไม่ว่าจะในวัด บริษัท องค์กรใด ๆ หรือครอบครัว ต้องปรับจิตปรับใจเข้าหากัน ตั้งทิฏฐิความเข้าใจไว้ให้ถูกต้อง- “ธรรมวินัย” เป็นเบ้าหลอมจิตใจที่มีความแตกต่างกัน ให้มารวมกันได้&nbsp;&nbsp;“การให้ธรรมะ” ไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของหรือคำพูด เพียงแค่ปฏิบัติตามธรรม ก็ชื่อว่าให้ธรรมะแล้ว(1) เมตตา = ให้มองด้วยสายตาของคนที่รักกัน มีเจตนาที่ดีต่อกัน&nbsp;(2) กรุณา(3) อุเบกขา(4) ถ้าทำ 3 ข้อข้างต้นไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าไปคิดถึงเขา ให้คิดเรื่องอื่น&nbsp;มองให้เห็นข้อดีของผู้อื่นพระสารีบุตรบอกไว้ว่า เมื่อเห็นข้อไม่ดีของผู้อื่น ให้หาข้อดีของเขาให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ เพื่อพัฒนาจิตของเรา อย่าไปอาฆาตพยาบาทหรือไม่พอใจเขา แต่ให้ตั้งไว้ด้วยความเมตตา ถ้าเขาไปมืดแล้ว เราอย่าไปมืดตามเขา ให้จิตใจเราไปในทางสว่าง&nbsp;&nbsp;“สาราณียธรรม 6”&nbsp;(1) เมตตาทางกาย(2) เมตตาทางวาจา(3) เมตตาทางใจ(4) แบ่งปันสิ่งของให้กันและกัน(5) มีศีลเสมอกัน(6) มีทิฏฐิเสมอกันชนะใจตนเอง- เอาชนะจิตใจตัวเอง อย่าโกรธ อย่าอาฆาตพยาบาท อย่ามีโมหะ&nbsp;- ความคิดมีความสำคัญ&nbsp;คิดผิด=สัตว์นรก&nbsp;คิดร้าย = สัตว์เดรัจฉานคิดเพ่งในของคนอื่นที่เราไม่มี = เปรต&nbsp;คิดกลัวความชั่วของตัวเอง = อสูรกาย&nbsp;คิดรับผิดชอบในการกระทำของตน = มนุษย์คิดดี = เทวดาคิดเมตตากรุณา = พรหมคิดรู้เท่าทันและปล่อยวางได้ เย็นเฉพาะตน = นิพพานชั่วขณะ&nbsp;ถ้าทำบ่อย ๆ ก็เป็นนิพพานจริง ๆ ได้ หลุดพ้นความทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ตัดแม่ตัดลูก [6922-1u] 24.05.2026 51分
    Q1: ชอบทำบุญ แต่ไม่ชอบเสียภาษีA: การแบ่งจ่ายเงินที่ถูกต้อง มีลำดับดังนี้&nbsp;(1) ใช้จ่ายที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ(2) จ่ายภาษี(3) ช่วยเหลือคนอื่นทั่วไป(4) ให้ทาน- คนไม่จ่ายภาษีแต่มีเงินทำบุญ มี 2 สาเหตุ&nbsp;(1) รายได้น้อย&nbsp;(2) รายได้มาก มีเงินทำบุญ แต่ไม่จ่ายภาษี เพราะเป็นสายมูเตลู จ่ายเงินหวังผล คิดว่าการเสียภาษีไม่ได้อะไรกลับมา มีแต่เสียออกไป- ควรปรับความคิดเป็นว่า การจ่ายภาษีไม่ใช่การเสีย แต่เป็นการให้ การจ่ายภาษีของเราเป็นไปเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม ในขณะที่คนอื่นไม่ให้ แต่เราเป็นผู้ให้ ก็จะเกิดความสุขในจิตใจในขณะที่จ่ายภาษีได้ เป็นการสั่งสมบารมี- ระบบราชการ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า นำเงินภาษีไปใช้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจเห็นว่าได้รับประโยชน์จากเงินภาษีที่จ่ายไปQ2: พญานาคกับพระพุทธศาสนาA: หากนึกถึงพญานาค ให้นึกถึงศีล คุณงามความดี- ให้อธิษฐานสร้างเหตุที่จะขอ ไม่ใช่ขอผลที่อยากจะได้ โดยการขอให้ตั้งมั่นในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ขอตั้งมั่นในการมีจิตเมตตาอยู่เสมอQ3: โอกาสเจอกันชาติหน้าA: ถ้าคนที่ตายไปเป็นอรหันต์ ก็จะไม่เจอกันอีก เพราะจะไม่เกิดอีกแล้ว- ไม่ต้องรอชาติหน้า เอาชาตินี้เลย ให้นึกถึงความดีของคนนั้น ก็จะได้เจอคนนั้นแล้วQ4: วิธีแก้แค้นที่ดีที่สุดA: การกระทำตอบด้วยความสะใจ ไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นการเพิ่มความแค้น ผูกเวรกันมากขึ้น ถึงขั้นเปลี่ยนรูปแบบชีวิตได้- การแผ่เมตตาและการให้อภัย จะเป็นการคลายปม แก้ความแค้นในจิตใจของเราได้Q5: ทิ้งความเครียดไว้ที่ทำงานA: ต้องตั้งสติก่อนออกจากที่ทำงาน แยกแยะอันไหนทำเสร็จแล้ว อันไหนยังไม่เสร็จค่อยมาทำพรุ่งนี้&nbsp;- สติ เป็นตัวช่วยในการปล่อยวางได้ดี ลดความเครียดได้Q6: ตัดแม่ตัดลูกA: พ่อแม่ลูกตัดกันไม่ขาด ยังไงก็ต้องคิดถึงกัน- ต้องมีสติมาก ๆ ไม่ให้จิตไหลไปตามกระแสที่เป็นอกุศล จนถูกบีบคั้น ทำในสิ่งที่ผิดพลาดไป- ถ้ายังไม่เป็นอนันตริยกรรม ก็สามารถแก้ไขได้ ให้เริ่มจากจิตที่ยังตัดกันไม่ขาดนั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข [6921-1u] 17.05.2026 57分
    ช่วงไต่ตามทาง: ดูแลคนป่วย- คุณศรี เป็นพยาบาล ออกจากงานมาดูแลคุณพ่อป่วยโรคไต มีความกังวลมาก ใจเป็นทุกข์ หลายปีต่อมา ได้ศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคตับ ด้วยจิตใจที่มีธรรมะจึงยอมรับและเข้าใจสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ความกังวลใจลดลง ไม่ทุกข์ใจเหมือนช่วงดูแลคุณพ่อ หลังจากนั้น คุณศรีป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วงรักษามีทุกขเวทนาทางกายมาก แต่ด้วยธรรมะ ทำให้จิตตั้งอยู่เหนือเวทนานั้นได้ จนหายจากโรคมะเร็งและฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข”- สภาวะจิตใจของคนป่วย ได้แก่ ตกใจ ปฏิเสธความจริง กังวลใจ สับสน ต่อรอง มีเงื่อนไข เสียใจ หมดหวัง ไม่มีกำลังใจ ยอมรับความจริง กลับไปกลับมา- การยอมรับความจริงได้เร็ว = การรอบรู้เรื่องทุกข์ = ต้องมีสติ จึงจะมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง นำไปสู่การยอมรับความจริงได้วิธีละความยึดถือ&nbsp;- รวบรวมสติสัมปชัญญะขึ้น หายใจลึกๆ สังเกตร่างกาย ระลึกว่าเหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก ให้รีบละอกุศลธรรม ละสิ่งที่ยึดถือต่าง ๆ ยึดถือตรงไหน ให้ใส่ความเข้าใจลงไปตรงนั้น ก็จะคลายความกังวลใจได้ และให้นึกถึงความดีของตน เช่น ศีล&nbsp;- ศีล สติ สมาธิ ปัญญา จะทำให้ยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว- ให้เจริญพรหมวิหาร 4 โดยเฉพาะข้อกรุณา ให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่นวิธีอยู่กับความเจ็บป่วย(1) สัปปายะ = ทำความสบายแก่โรคนั้น ๆ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ถูกกับโรค(2) รู้ประมาณในความสบายนั้น(3) กินยา&nbsp;(4) บอกอาการไข้ตามความเป็นจริง(5) อดทนในทุกขเวทนาทางกายพิจารณาระดับการรักษา(1) แนวทางของโรคนั้น(2) อายุของผู้ป่วย(3) สภาพสิ่งแวดล้อม = การเงิน สถานที่รักษา คนดูแลหน้าที่ของผู้ดูแลคนป่วย(1) จัดยาให้ถูกต้อง(2) รู้จักของแสลง-ไม่แสลง(3) ดูแลผู้ป่วยด้วยจิตเมตตา ไม่ใช่มุ่งแก่อามิส(4) ไม่รังเกียจสิ่งปฏิกูลของผู้ป่วย&nbsp;(5) พูดให้ผู้ป่วยตั้งอยู่ในธรรมะ รื่นเริง ยอมรับความจริง ตามเวลาที่เหมาะสมโดยสรุป:โรคภัยไข้เจ็บ เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา สิ่งที่เกิด-ดับ คือ ทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์แล้ว ให้เห็นธรรมะด้วย&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วย [6920-1u] 10.05.2026 54分
    Q1: การฆ่าตัวตายในทางพระพุทธศาสนาA: การฆ่าโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือสัตว์อื่น ไม่ดีทั้งนั้น เพราะเป็นการทำชีวิตของบุคคลหรือสัตว์ให้ตกล่วงลงไป เว้นแต่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ก่อนและไม่หลังจากการตาย&nbsp;- การฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากความบกพร่องทางสมองหรือทางจิต โดยไม่ได้มีเจตนาทำบาปทำกรรมนั้น ถ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะ ยังไงก็เป็นเจตนา&nbsp;Q2: กิจของสงฆ์กับงานก่อสร้าง&nbsp;A: พระพุทธเจ้าตั้งชื่องานก่อสร้างของพระสงฆ์ไว้ว่า “นวกรรม”&nbsp;- งานก่อสร้างบางอย่างจำเป็น แต่ทรงเตือนว่าอย่าทำให้มาก อย่ายุ่งวุ่นวายกับมันเยอะ เพราะจะเป็น “เครื่องเนิ่นช้า” เป็นเหตุให้ 1. พระวินัยหย่อนยาน 2. ตั้งสติปัฏฐาน 4 ได้ยาก 3. เพื่อนไม่รัก&nbsp;Q3: บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วยA: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ถ้าคนจะสำเร็จอะไรได้ทุกอย่างเพียงการอ้อนวอนแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” ถ้าลำพังการสวดมนต์แล้วทำให้หายเจ็บป่วยได้ โลกนี้ก็จะไม่มีใครตาย&nbsp;- การสวดมนต์ในทางพระพุทธศาสนา คือ การพูดกล่าวตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยสอนไว้หรือสัชฌายะ (Recitation) ไม่ใช่การสวดเพื่อขอพร (Pray)&nbsp;- การที่เรามีความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ก็เพราะมีกายนี้ เมื่อมีกายก็ย่อมมีเวทนาที่เกิดขึ้นในกาย พอมีเวทนาเกิดขึ้นในกาย ก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ มีตาย จะไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องอย่าเกิด&nbsp;- การเข้าใจเรื่องโพชฌงค์ 7 สติปัฏฐาน 4 หรือสัญญา 10 ประการ จะทำให้เรากำจัดความเกิดได้ ถ้ากำจัดความเกิดได้ ก็จะกำจัดความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ รวมถึงกำจัดความตายได้ นี่ต่างหากที่เป็นแก่นแท้ของบทสวดมนต์นั้น&nbsp;Q4: บาปกับการทานเนื้อสัตว์&nbsp;A: การฆ่ามี 3 ระดับ 1. ฆ่าเอง (ผิดศีล) 2. ใช้ให้เขาไปฆ่า (ผิดศีล) 3. ชักชวนให้คนอื่นทำ (ไม่ผิดศีล แต่ได้รับบาป)&nbsp;- การทานเนื้อสัตว์ มีทั้งรูปแบบที่เป็นการส่งเสริมการฆ่าสัตว์และไม่เป็น&nbsp;-&nbsp;ถ้ายังต้องประกอบอาชีพค้าขายสัตว์เป็นหรือเนื้อสัตว์อยู่ ก็ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และให้ตั้งจิตอธิษฐานที่จะเปลี่ยนอาชีพต่อไป&nbsp;Q5: การพูดซ้ำเติมผู้อื่นA: “ใครทำกรรมอย่างไรไว้ ก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น”&nbsp;- เราจะดีจะชั่ว ไม่ได้อยู่ที่ปากของคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา ให้ทำตามศีล สมาธิ ปัญญา มรรค 8&nbsp;- เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค 8 แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดทั้งทุกขเวทนาและสุขเวทนา แต่ให้มั่นใจว่าทำดีต้องได้ดี แม้สุขเวทนาอาจจะยังไม่ให้ผลในตอนนั้นก็ตาม การได้ทำความดี นั่นคือดีแล้ว ให้มั่นใจว่า ความดีนั้นจะอยู่กับเรา ความดีนั้นจะรักษาผู้ที่ปฏิบัติดี ธรรมะจะคุ้มครองผู้ที่ปฏิบัติธรรมะ ไม่มีใครที่จะทำอันตรายผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย ให้มั่นใจในข้อนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ประสบการณ์เฉียดตาย [6919-1u] 03.05.2026 55分
    ช่วงไต่ตามทาง: ประสบการณ์เฉียดตาย- คุณหญิง เคยประสบเหตุการณ์เฉียดตาย เกิดเจ็บป่วยเฉียบพลัน ในช่วงเวลานั้น ได้เกิดความเข้าใจว่าการฝึกสมาธิมาทั้งหมดก็เพื่อนำมาใช้เวลานี้ จึงน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย บิดามารดา ครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตรทั้งหลาย เมื่อรอดตายจึงนำมาเล่าให้ฟังช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ประสบการณ์เฉียดตาย- ตาย, มรณะ, จุติ = การหมดไปของอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)- หากเราเข้าใจความตาย เราจะเห็นคุณค่าของการมีชีวิต- หากเราไม่เข้าใจความตาย เราจะใช้ชีวิตด้วยความกลัว และจะหาสิ่งอื่นทำเพื่อชดเชยความกลัวนั้น ทำให้คุณค่าแห่งชีวิตลดลงไปทัศนคติที่เป็นประโยชน์ในเรื่องความตาย(1) ความตายเป็นเรื่องธรรมดา มีอยู่ตลอดเวลา ทั้งกายและใจ = หากเข้าใจ ก็จะไม่กลัว&nbsp;&nbsp;- ทางร่างกาย = เซลล์ต่าง ๆ เกิด-ตาย อยู่ตลอด เป็นความตายที่ซ่อนอยู่ในความมีชีวิต- ทางใจ = ความคิด ความสุข ความทุกข์ ก็เกิด-ดับ อยู่ตลอดเวลา(2) ตายแล้วไปไหน = ถ้ามีเหตุปัจจัยให้เกิด ก็จะไปเกิดอีก- ทางร่างกาย = กลับคืนสู่ดิน น้ำ ไฟ ลม- ทางใจ = สัญญา สังขาร จะทิ้งคราบไว้เป็นอาสวะฝังอยู่ในจิต(3) จิตสุดท้าย = ต้องรักษาให้จิตเป็นกุศล&nbsp;ตายแล้วเกิด VS ตายแล้วสูญ- เป็นมุมมองที่สุดโต่งทั้งสองข้าง&nbsp;- ถ้ามองว่าตายแล้วต้องเกิด = ก็จะไม่ทำความเพียร- ถ้ามองว่าตายแล้วสูญ = จิตจะน้อมไปในทางทำความชั่ว ไม่เกรงกลัวบาป- มุมมองในทางพระพุทธศาสนา = ความเกิดและความตาย เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัย ถ้าเหตุปัจจัยดับ ความเกิดและความตายก็ดับมรณานุสติ- มรณานุสติ เป็น 1 ในกรรมฐาน 40 กอง และเป็น 1 ในอนุสติ 10- การเจริญมรณานุสติ จะทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตที่เหลืออยู่- มรณานุสติ แบ่งเป็น 2 ส่วน(1) เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก = เราอยู่ใกล้ความตายนิดเดียว(2) พิจารณาว่ามีบาปอกุศลธรรมใดที่ยังละไม่ได้ หากตายไปเดี๋ยวนี้จะทำให้ไปไม่ดี = ให้รีบละบาปอกุศลธรรมนั้น และให้จิตตั้งอยู่ในกุศลธรรมให้ได้ในตอนนี้ ให้เหมือนกับไฟไหม้ผมหรือเสื้อผ้า โดยการตั้งสติ ทำความเพียร ตั้งจิตไว้กับความสงบในภายในให้ได้ ไม่ใส่ใจในเรื่องไม่ดี ให้เพ่งระลึกถึงความดีของตน เช่น การให้ทาน การรักษาศีล การช่วยเหลือผู้อื่น การมีปิยวาจา เป็นต้น จิตก็จะตั้งอยู่ในกุศลธรรม จิตจะมีปีติปราโมทย์ด้วยธรรม ก็จะไม่กลัวความตาย ไม่ใช่เพราะประมาท แต่เพราะมีกุศลธรรมรักษาจิตไว้แล้วคำแนะนำสำหรับผู้ใกล้ถึงความตาย- สิ่งที่ไม่ควรทำ = ร่ำไห้คร่ำครวญ พูดเรื่องกวนใจให้คิดไปในทางกามหรืออกุศล&nbsp;- สิ่งที่ควรทำ = พูดเรื่องที่ทำให้เกิดกุศลธรรม ให้เกิดปีติสุข จะทำให้ไม่กลัวความตาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ทำบุญกับพระ VS ทำบุญกับพ่อแม่ [6918-1u] 26.04.2026 56分
    Q1: สงครามในตะวันออกกลางA: บ่อเกิดแห่งสงคราม คือ ตัณหา ความยึดถือ ความหวงกั้น นำไปสู่การสร้างเรื่องราวต่างๆ- ผู้นำ ยิ่งอำนาจมาก มีความยึดถือมาก ความเบียดเบียนก็จะขยายวงกว้างมาก- ผู้นำ จึงต้องมีพรหมวิหาร 4 ให้มาก- ผลกระทบจากสงคราม&nbsp;(1) ภัยจากทุพภิกขภัย = ขาดแคลนอาหาร, พลังงาน&nbsp;(2) ความปลอดภัย = ในชีวิต, ทรัพย์สิน, เกิดจลาจล, โจร- ที่ใดปลอดภัย ที่ใดหาอาหารได้ง่าย ผู้คนก็จะแห่กันไปที่นั่น เมื่อคนอยู่คลุกคลีปะปนกันมาก ก็จะมีปัญหาใหม่เกิดขึ้น- เพื่อให้อยู่ผาสุกได้ แม้เมื่อภัยดังกล่าวเกิดขึ้น ต้องมีจิตเป็นสมาธิให้ได้ (หาความสุขทางใจให้ได้) แทนการมีความสุขจากเงื่อนไขจากภายนอก&nbsp;- ฝึกจิตให้เป็นสมาธิได้ตั้งแต่ตอนนี้ โดยระลึกถึงพระพุทธเจ้า (พุทธานุสติ) นึกถึงศีล (ศีลานุสติ) เป็นต้น&nbsp;- จิตที่มีความสงบ จะเห็นหนทางในการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกได้Q2: จำนวนเงินกับปริมาณบุญA: บุญเกิดจาก ทาน ศีล และภาวนา(1) ทาน = ใช้สิ่งของภายนอกทำ เช่น เงิน, สิ่งของ(2) ศีล = ใช้ตัวของเราทำ(3) ภาวนา = ใช้ใจของเราทำ&nbsp;&nbsp;- การภาวนา ได้บุญมากที่สุด รองลงมาคือ การรักษาศีล และน้อยสุดคือ การให้ทาน- ดังนั้น แม้ไม่มีเงิน ก็สามารถสร้างบุญได้- การบรรลุธรรมแม้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เพราะวิธีการก็มีอยู่ พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้โดยละเอียด และมีผู้เคยทำได้แล้ว ต้องอาศัยความเพียร ความพยายามQ3: ทำบุญกับพระ VS ทำบุญกับพ่อแม่A: การให้ทาน = ได้บุญมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับศรัทธาของผู้ให้ และความเบาบางของราคะ โทสะ โมหะ ของผู้รับ- การปรนนิบัติ = พ่อแม่มีคู่เดียว พระสงฆ์มีมากกว่า จึงไม่ควรละเลยการปรนนิบัติพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็ควรพิจารณาในการปรนนิบัติพระสงฆ์ตามความเหมาะสมQ4: ฝึกจิตไม่ให้เย็นชาเหมือน AI&nbsp;A: ต้องฝึกจิตให้มีความเมตตากรุณา เห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และต้องมีอุเบกขาไม่ให้ถูกเอาเปรียบ- สามารถนำ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยให้เกิดประโยชน์ เช่น หาข้อมูลคำสอนของพระพุทธเจ้า วางแผนการทำงาน ซึ่งเข้ากับหลักธรรมอิทธิบาท 4 คือ วิมังสาQ5: สุขจากความเหงา&nbsp;A: อยู่คนเดียว = บางคนบอกเหงา แต่บางคนบอกวิเวกดีอยู่หลายคน = บางคนบอกไม่เหงา ครื้นเครงดี แต่บางคนบอกวุ่นวาย&nbsp;- สัมมาทิฏฐิ = มุมมองที่ถูกต้อง โดยดูจากประโยชน์ที่เกิดขึ้น กิเลสลดลงหรือไม่&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • เด็กติดเกมส์ [6917-1u] 19.04.2026 57分
    สมการชีวิต “เด็กติดเกมส์”- จิตไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่- การติดเกมส์ เป็นเรื่องของผัสสะ เป็นเรื่องวัตถุกาม= ได้ยินเสียงผ่านทางหู เห็นรูปผ่านทางตา&nbsp;- กิเลสกามในจิตใจ ความคลั่งไคล้ หลงใหล เพลิดเพลินจนควบคุมตัวเองไม่ได้= ทำให้ติดเกมส์ ติดงาน ติดพนัน ฯลฯ&nbsp;วิธีแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์(1) ติดในระดับที่ควบคุมได้ = เลือกเกมส์ที่เป็นประโยชน์ ฝึกทักษะสมองด้านที่ไม่ค่อยได้ใช้ ผ่อนคลายความเครียด&nbsp;(2) ติดในระดับที่เล่นเพลินจนเสียบุคลิก นิสัยที่ดีลดลง = ต้องหยุด ต้องจำกัดเวลา เพื่อให้นิสัยที่ดีกลับมา พ่อแม่ต้องเข้ามาควบคุมเพื่อให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ให้มีสติมากขึ้น(3) ติดในระดับที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ สร้างปัญหาอื่น ทำร้ายผู้อื่น = นอกจากต้องแก้ปัญหาติดเกมส์แล้ว ก็ต้องตามแก้ปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นมาด้วย ต้องห้ามลูกจากบาป ให้ลูกตั้งอยู่ในความดี โดยไม่ใช้เครื่องมือของมาร เช่น ต่อว่า ทุบตี แต่ให้ใช้วิธีตามข้อ (2) ด้วยความพยายามที่มากขึ้น การดูแลเอาใจใส่ยิ่งขึ้น ใช้วิธีที่แยบคาย และเลือกเวลาที่เหมาะสมห้ามเสียจากบาป ให้ตั้งอยู่ในความดี(1) เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ = เป็นผู้อุปการะให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป(2) ใคร่ครวญหาช่องทาง = คนนะไม่ใช่ควาย ควายต้องลงโทษสั่งสอนทันทีเมื่อทำไม่ถูกต้อง แต่คนต้องดูเวลาที่เหมาะสมที่จะสั่งสอนเขาได้ ด้วยวิธีที่เหมาะสม ละเอียดรอบคอบ ด้วยความเมตตากรุณา ปรารถนาให้เข้าพ้นจากความทุกข์(3) ไม่ใช่ด้วยเครื่องมือของมาร เช่น อาชญา/ศาสตรา = การทุบตี การต่อว่า(4) ให้เพิ่มพูนสติ ใช้ความดีแทรกซึมเข้าไป ใส่กุศลธรรมมากขึ้น ความดีก็จะเสริมสร้างความดี ก็จะดีวันดีคืนได้&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็น [6916-1u] 12.04.2026 54分
    Q1: ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็นA: บทกรวดน้ำที่พระสวดเวลาไปทำบุญ เป็นอุปมา เปรียบกับน้ำที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า บุญก็เช่นกัน (ความสุข อายุ วรรณะ สุขะ พละ) จะทำให้จิตใจเราอยู่เป็นสุขได้&nbsp;- บุญ ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา จะเป็นตัวชะล้างจิตใจให้สะอาด- การภาวนา ได้บุญมากที่สุดQ2: วิธีกตัญญูต่อบุพการีA: มี 3 ช่องทาง(1) ทางกาย = ให้เงิน, สิ่งของ ทำเองหรือจัดให้มีการทำให้(2) ทางวาจา = ปิยวาจา อยากฟังสิ่งไหนก็ให้ฟังสิ่งนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้ฟังธรรม(3) ทางใจ = ต้องอดทนQ3: แก้ปมในใจ ทุกข์จากคนไม่รักษาสัญญาA: ปมในจิตใจ คือ อาสวะ ซึ่งจะดึงให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อีก- การให้อภัยและเมตตา นำมาทดแทนสิ่งที่เป็นปมในใจ ไม่ยึดถือในสิ่งที่ผูกเวร จะแก้ปมในใจนั้นได้- อุปาทานที่ผูกไว้กับคำสัญญาของคนอื่นทำให้เป็นทุกข์ ดังนั้น ก็อย่ามีอุปาทาน- อย่าตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอุปาทาน (ความยึดถือ) แต่ให้ตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอิทธิบาท 4Q4: ทุกข์เพราะรักA: ตัณหา มีคุณสมบัติ 3 อย่าง&nbsp;(1) มีความกำหนัดด้วยอำนาจของความเพลิน(2) ทำให้เกิดตัวตน (สภาวะ)(3) มีการเกิดใหม่ = เช่น ความเป็นสามี-ภรรยา- ตัณหา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ แม้ทุกข์ยังไม่ปรากฏตอนนี้ แต่ทุกข์จะปรากฏแน่นอน เปรียบเหมือนการถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ตอนโดยยิงยังไม่รู้สึกเจ็บเพราะรู้สึกชาอยู่ ยาพิษเปรียบเหมือนอวิชชา (ความไม่รู้) เมื่อแล่นสู่เข้าสู่จิตใจจึงจะรู้ว่าทุกข์- วิธีแก้อุปมา =&nbsp;ต้องตรวจสอบก่อนว่าถูกแทงตรงไหน แล้วเอามีดปาด/ดึงหัวลูกศรออกมา แล้วขูดหนองและเลือดเสียออกให้หมด แล้วใส่ยาลงไป ปิดปากแผล กินยาอย่างต่อเนื่อง ไม่กินของแสลง อย่าให้แผลโดยฝน ลม แดด&nbsp;อุปไมย = เปรียบตัวเราเป็นหมอ เริ่มจากใช้สติตรวจสอบว่าเรายึดติดตรงไหน แล้วเอาปัญญากรีด/ตัดในสิ่งที่ยึดถือนั้น แม้จะเจ็บก็ต้องอดทนและใช้ความเพียร โดยพิจารณาให้เห็นความจริงว่า สิ่งนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพื่อบีบ/ขูดเอาความยึดถือนั้นออกไป ถ้าอินทรีย์มีกำลังมาก (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ก็จะใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้น ก็ใช้มรรค 8 รักษาใจต่อไป และอย่าคบเพื่อนชั่ว ไม่สำรวมอินทรีย์ ฯลฯ เพราะจะทำให้เกิดทุกข์ได้อีก&nbsp;- เมื่อเข้าใจพรหมวิหาร 4 และกำจัดอวิชชาในความรักออกไปได้ทั้งหมดแล้ว ราคะ โมหะ โทสะ ในจิตใจไม่กลับกำเริบแล้ว ก็ดำเนินชีวิตปกติได้ เป็นสุขที่เกษมQ5: ธรรมะกับโรคซึมเศร้าA: กระบวนการรักษาโรคซึมเศร้าในปัจจุบัน เริ่มจาก “สติ” ตระหนักรู้ว่าเราคิดอะไร- สติ คือ การระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูด แม้นานได้ มีเครื่องมือหลายอย่าง เช่น อาณาปาณสติ เป็นต้น- คนเป็นโรคซึมเศร้า คือ เพลินไปตามอารมณ์&nbsp;จึงต้องเริ่มจากการ “สังเกต” ให้เห็นอารมณ์นั้น- การเจริญสติ สามารถใช้เป็นกระบวนการร่วมในการรักษาโรคซึมเศร้าได้พระอาจารย์ฝากข้อคิดเนื่องในวันสงกรานต์- ในช่วงสงกรานต์ ให้ท่านทั้งหลาย นำบุญที่เกิดจากให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาชำระล้างจิตใจของเรา ทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างให้ประกอบด้วยเมตตาและปัญญา จะทำให้ชีวิตของเราและสังคมมีความสุข เป็นผู้อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ และพ้นทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • เตรียมตัวรับภัยสงคราม [6915-1u] 05.04.2026 48分
    ลักษณะปัญหาเมื่อเกิดสงคราม- ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งไม่ว่าจะในครัวเรือนหรือระดับโลก ล้วนเกิดจาก “ตัณหา” เพราะมีผู้เข้าไปยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แล้วเกิดการแก่งแย่งกันหรือเบียดเบียนกัน ทำให้เกิดปัญหาขึ้น- เมื่อเกิดภัยสงคราม ที่ใดปลอดภัยหรือสะดวกด้วยปัจจัยสี่&nbsp;1. คนจะย้ายถิ่นฐานไปรวมกันในที่ปลอดภัย2. เมื่อคนอยู่รวมกัน คลุกคลีกันมาก การจะทำในใจให้สงบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจะทำได้โดยลำบากพระพุทธเจ้าทรงสอนให้ไตร่ตรองว่า “อะไรเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำให้ถึง ทำให้แจ้ง ทำให้บรรลุ ที่เมื่อเราถึงแล้ว จะทำให้เราเป็นผู้อยู่ผาสุกได้ แม้ในคราวที่เกิดโจรภัย”มิติที่ 1 ปัญหาด้านปัจจัยสี่ (เศรษฐกิจ)(1) ให้สันโดษในบริขารแห่งชีวิต = อยู่ง่าย กินง่าย(2) มีเงินเก็บสะสมให้อยู่ได้อย่างน้อย 1 ปี = ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย, เลือกรูปแบบการเก็บ ป้องกันเงินเฟ้อ(3) ถ้ามีเงินเหลือ เตรียมสถานที่อพยพเผื่อเกิดน้ำท่วม, สิ่งของที่ต้องเอาไปด้วยมิติที่ 2 ปัญหาด้านการรับรู้ข่าวสาร(1) ต้องพิจารณาข่าวสารให้เหมาะสม = ใช้หลักเรื่อง “วิมังสา” โดยจิตต้องเป็นสมาธิ โฟกัสไปที่ปัจจัยสี่และความปลอดภัย(2) ไม่ตื่นตูมในกระแสข่าว แต่ก็ไม่ประมาทในเตรียมการล่วงหน้า&nbsp;มิติที่ 3 ปัญหาด้านการทหาร(1) ให้เตรียมตัวทำจิตใจภายในให้มี “สติ” และ “ปัญญา” = หากได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต, ไม่ได้เตรียมปัจจัยสี่, ถูกข่าวสารลวง(2) ให้ระลึกถึง “มรณานุสติ”, นึกถึง “กุศลธรรม” ที่เคยทำ, ละ “อกุศลธรรม” ที่มี(3) สติที่ประกอบด้วยปัญญา= แม้มีทุกขเวทนา ก็ยังอยู่ผาสุกได้ หรือถ้าเสียชีวิต ก็จะไปดี&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ดูแลพ่อแม่ในยุคดิจิทัล [6914-1u] 29.03.2026 54分
    Q1: ดูแลพ่อแม่ในยุคดิจิทัลA: การดูแลพ่อแม่ มี 2 ส่วน คือ ภายนอกและภายใน1. ดูแลภายนอก = สอดส่องในอุบาย = ทำเองหรือจัดให้กระทำก็ได้ เช่น โอนเงิน ดูผ่านกล้องวงจรปิด จัดให้มีคนดูแล2. ดูแลภายใน = ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ก็ควรประดิษฐานให้ท่านมีสิ่งเหล่านี้ เพราะจะทำให้ท่านอยู่ผาสุกได้ แม้ความสุขจากร่างกายจะลดลง&nbsp;- ถ้าไม่มีลูกหรือมีลูกแต่ลูกไม่ดูแล ก็ต้องพึ่งตน พึ่งธรรม ด้วยศรัทธา สติ สมาธิ และปัญญา จะทำให้อยู่ผาสุกได้&nbsp;Q2: ร่างกายถดถอย ควรฝึกจิตอย่างไรA: ให้แยกตัวเราออกมาจากอารมณ์ที่กำลังเพลินอยู่ ให้เหมือนเราเป็นคนฉายหนัง แล้วมองให้เห็นตัวเองว่ากำลังคิด/เพลินไปกับสิ่งไหนอยู่ ความเผลอเพลินไปตามอารมณ์นั้นจะลดลง นี่คือ “ปัญญา” การรู้สึกตัวนี้ คือ “สติ” และให้เห็นด้วยปัญญาต่อไปว่า “สิ่งนั้นไม่เที่ยง”Q3: สมาชิกในบ้านต่างคนต่างอยู่A: ต้องตั้งกติกาในบ้าน เช่น ตอนทานอาหารไม่ให้ใช้โทรศัพท์- เมื่อเจอกัน ควรใช้ปิยวาจาต่อกันQ4: ตัวช่วยในการตัดสินใจA: วิจิกิจฉา = ความลังเล สงสัย เคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่มั่นใจ ทำให้จิตไม่เป็นสมาธิ ส่งผลให้ตัดสินใจไม่ได้- แก้ได้โดยใช้ “สมาธิ” โดยให้มีสติเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดสมาธิ แล้วค่อยตัดสินใจ- อย่าเอาสุขหรือทุกข์เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ แต่ให้เอาความสงบในจิตใจ (กุศลธรรม) เป็นเกณฑ์ เพราะไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขก็จะอยู่ได้ สามารถเดินหน้าต่อไปได้&nbsp;- คนที่ตัดสินใจไม่ได้ กำลังเดินถอยหลัง แต่ถ้าตัดสินใจได้ จะเดินไปข้างหน้าQ5: วิธีกำจัดความขี้เกียจA: ความขี้เกียจ เป็นความประมาท ทำให้ไม่เกิดความก้าวหน้า- วิธีกำจัดความขี้เกียจ1. มีเพื่อนดี = ชวนกันไปทำสิ่งที่ดี2. มีปัญญา = พิจารณาให้เห็นว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรเว้น3. มีสติสัมปชัญญะ = แยกตัวออกมาจากอารมณ์ที่เพลินอยู่ ให้เห็นตัวเราว่ากำลังคิด/เพลินไปตามสิ่งไหน ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้Q6: ความสุขที่ยั่งยืนA: ความสุขจากในภายใน = เกิดจากศรัทธา สมาธิ สติ ปัญญา ไม่จำเป็นต้องพึ่งสิ่งภายนอก- ลดความสุขจากภายนอก มาเสพความสุขจากในภายในดีกว่าQ7: แก้ปมในอดีตA: รูปแบบการคิด มี 5 แบบ แต่จะพูดแค่ 2 แบบ1. ความดำริ (สังกัปปะ) = ความคิดที่โผล่ขึ้นมาเอง อาจเป็นกุศล/อกุศล2. ความวิตก = ความนึกน้อมไปคิด ต้องใช้พลังในการคิด- ถ้ามีความดำริที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น แก้ได้ด้วยการเอาความวิตกในทางกุศลเข้าไป เหมือนเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย อาสวะจะหลุดออกไป ต้องทำบ่อย ๆ&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • วิธีเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร [6913-1u] 22.03.2026 59分
    ช่วงไต่ตามทาง: อดทน คือ ทุกสิ่ง- ผู้ฟังจากกทม.-เป็นเด็กกำพร้า ถูกกระทำและถูกต่อว่ามาตั้งแต่เด็ก แต่ก็อดทนผ่านมาได้ จึงเข้าใจดีว่า ความอดทนเป็นทุกสิ่ง และการไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะความอดทน ซึ่งเป็นปัญญา แยกสิ่งดี-สิ่งไม่ดี สิ่งควรทำ-ไม่ควรทำ กุศล-อกุศล ปัจจุบันมีชีวิตที่มีความสุข ประสบความสำเร็จ&nbsp;&nbsp;- ผู้ฟังจากฉะเชิงเทรา-การอดทน ไม่ใช่เรื่องโง่ แต่เป็นชัยชนะที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้ การรบที่ยอดเยี่ยมที่สุด คือ การชนะกิเลสในจิตใจตนเอง เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องออกรบ&nbsp;- ผู้ฟังจากชัยนาท–เมื่อเจอบททดสอบ ก็จะอดทนเพื่อสอบให้ผ่าน ไม่เช่นนั้นจะต้องกลับมาสอบใหม่&nbsp;ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ความอิจฉาในที่ทำงานความเกี่ยวข้องกันของอารมณ์ 3 ประเภท&nbsp;- ได้แก่ 1. อิจฉาริษยา 2. เย่อหยิ่งจองหอง 3. ความตระหนี่หวงกั้น&nbsp;- เช่น เมื่อเราได้ดีกว่าคนอื่น จะมีความเย่อหยิ่งเกิดขึ้น ส่วนเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ ก็จะมีความอิจฉาริษยาเราขึ้นมา&nbsp;- เช่น เรามีรถ ส่วนเพื่อนไม่มี ต่อมาเพื่อนมีรถ เราเกิดความไม่พอใจ ทั้งที่เราไม่ได้มีน้อยลง แต่ไม่อยากให้เขามี อย่างนี้เป็นความตระหนี่ความดีต่อความดีได้ ความชั่วต่อความชั่วได้&nbsp;- มิตรดี (กัลยาณมิตร) เมื่อต่อความดีกัน ความดีก็จะต่อกันไปอีกเรื่อย ๆ มากขึ้น สว่างขึ้น&nbsp;- มิตรไม่ดี (ปาปมิตร) จะส่งต่อความไม่ดีมาให้ แม้ว่าตัวเราจะมีแสงสว่าง แต่ถ้ารอบ ๆ ไม่ดี มีแต่ความมืด ความมืดนั้นก็โดนเราบ้าง เราก็ได้รับการเบียดเบียนบ้าง- มงคลสูตรข้อแรก คือ การไม่คบคนพาล ข้อที่สอง คือ การคบบัณฑิต ให้คบกัลยาณมิตร มีความฉลาด มีความรอบรู้ มีปัญญาเห็นตามความจริง ทำสิ่งที่เป็นกุศล ละสิ่งที่เป็นอกุศล&nbsp;- ไม่ว่าเขาจะดีหรือไม่ดีกับเราก็ตาม ให้มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่กันเป็นอยู่ ไม่มองใครโดยความเป็นศัตรูเลย&nbsp;- หากเรามองใครว่าเป็นศัตรู การผูกเวรจะเกิดขึ้นทันที เป็นข้าศึกต่อกุศลธรรมเพื่อนร่วมงานที่มีอกุศลธรรม&nbsp;กับ พรหมวิหาร 4- ให้ตั้งจิตเป็นข้าศึกศัตรูกับสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม ไม่ใช่ตัวบุคคล แล้วพิจารณาบุคคลนั้นว่า สิ่งไม่ดีนั้น ถ้าเขาทำต่อไปก็จะมีอกุศลธรรมเกิดขึ้นกับเขามากขึ้น ถ้าเราไม่ลำบาก ก็ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับเขาให้เขาคลายความอิจฉาลง (เมตตากรุณา) แต่ถ้าทำแล้ว เขาไม่พอใจมากขึ้น ให้พิจารณาต่อไปว่า ความขัดเคืองใจที่เกิดขึ้นนั้นมันเล็กน้อย ถ้าเขารู้ความจริง เข้าใจธรรมะในส่วนนี้ เขาจะออกจากอกุศลธรรมเหล่านั้นได้ ประโยชน์ของการดำรงอยู่ในกุศลธรรมความดีมันสำคัญกว่า เป็นเรื่องใหญ่กว่า ให้ทำความเข้าใจกับเขาอย่างนี้ (มุทิตา) ถ้าเขายังเปลี่ยนไม่ได้อีก เราก็ต้องตั้งจิตไว้ในอุเบกขา&nbsp;- เมื่อความอิจฉา อยู่ในวงจรของกาม (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) สิ่งที่เหนือกว่ากาม จิตใจต้องเป็นแบบพรหม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) พรหมวิหาร 4 จะทำให้เราจะชนะทั้งจิตใจตนเอง และจิตใจของผู้อื่นได้มิตรที่ควรคบ 7 แบบ&nbsp;- ได้แก่ ทำสิ่งที่ทำได้ยาก ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก อดทนถ้อยคำที่อดทนได้ยาก เปิดเผยความลับแก่เพื่อน ปิดความลับของเพื่อน ไม่ทอดทิ้งในยามอันตราย เมื่อเพื่อนสิ้นโภคทรัพย์ก็ไม่ดูหมิ่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ทัวร์ลงในโลกโซเซียล [6912-1u] 15.03.2026 51分
    Q1: การรักษาสัจจะA: สัจจะ อธิษฐาน และศีล มีความเกี่ยวเนื่องกัน(1) สัจจะ = มี 2 นัยยะ คือ ความจริงที่เป็นข้อเท็จจริง (เปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุปัจจัย) กับความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ4 อนิจจัง อนัตตา) เน้นความตรงไปตรงมา ไม่กลับกลอก เอาความจริงในการกระทำเป็นหลัก(2) อธิษฐาน = การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เน้นเป้าหมายเป็นหลัก เอาความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นเป็นหลัก(3) ศีล = เน้นความเป็นปกติ จิตใจที่สะอาด- วิธีเพิ่มนิสัยรักษาสัจจะ = เพิ่มบารมีอื่น เช่น อธิษฐานบารมี ศีลบารมี&nbsp;- การตั้งสัจจะอยู่เสมอ สั่งสมบ่อย ๆ จะช่วยเพิ่มสัจจบารมีได้ จึงต้องสร้างสถานการณ์ให้เกิดสัจจบารมี เช่น ตั้งคำมั่นสัญญาที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากสิ่งนั้นทำได้ยากและต้องใช้ความพยายามมาก บารมีก็จะยิ่งสูง&nbsp;Q2: เห็นชีวิตดีดีในโลกโซเซียลA: มีเครื่องมือ 3 อย่าง(1) พรหมวิหาร 4 = มุทิตา+อุเบกขา จะกำจัดความอิจฉาริษยาและไม่ให้ยินดีจนเกินเลย(2) การสำรวมอินทรีย์ = เมื่อเห็นสิ่งสวยงาม จิตถูกดึงไปตามสิ่งที่เห็น ให้สำรวมอินทรีย์ไม่ให้อกุศลธรรมในใจเกิดขึ้น ตัดตรงนั้น อย่าให้เกิดความคิดปรุงแต่งต่อเนื่องไป จะสำรวมอินทรีย์ได้ต้องมีสติสัมปชัญญะ&nbsp;(3) อิทธิบาท 4 = ตั้งเป้าหมายในชีวิต แล้วสนใจเป้าหมายนั้น จะเกิดสมาธิ มุ่งไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ การสนใจเรื่องอื่นก็จะลดลง&nbsp;Q3: ทัวร์ลงในโลกโซเซียลA: การพิมพ์ข้อความลงในโลกโซเซียล ถือเป็นวจีกรรม จึงต้องไตร่ตรองให้ดีว่าถ้อยคำนั้น เป็นการเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่ายหรือไม่ มีสุขเป็นผลหรือไม่ ถ้าใช่ก็เป็น “สัมมาวาจา” ให้ทำให้มาก ๆ แต่ถ้าเป็นถ้อยคำที่เบียดเบียนหรือมีทุกข์เป็นผลเป็นวิบาก ก็เป็น “มิจฉาวาจา” ไม่ควรทำ- กรณีไปร่วมทัวร์ลง ให้พิจารณาว่า วาจานั้นเป็นสัมมาวาจาหรือมิจฉาวาจา เช่น พูดความจริง ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงได้ ก็ได้บุญสองต่อ แต่ถ้าพูดด้วยอารมณ์ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน แล้วด่าไป ก็ได้บาป แบ่งบาปที่เขาทำไม่ดีมาด้วย แม้เป็นคำจริงแต่ถ้าพูดส่อเสียดก็เป็นบาปเพราะทำให้จิตเขาสะเทือนออกจากสมาธิ จิตเขายิ่งเตลิดไปไม่ดี ถ้าเป็นคนไกลตัว+กล่าวไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงก็อย่ากล่าวเลยดีกว่า คิดว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใช้อุเบกขา&nbsp;- กรณีถูกทัวร์ลง ให้พิจารณาว่า ถ้าเราทำความดี แม้ทัวร์ลงก็ไม่ทำให้ความดีนั้นลดลง ความดีของเราไม่ได้อยู่ที่ปากใคร ให้ดูตัวอย่างพระพุทธเจ้ากับพระเทวทัต ถ้าเราทำความชั่วแล้วมีทัวร์มาลง ก็ต้องแก้ไข&nbsp;&nbsp;Q4: AI ทำงานแทนมนุษย์A: มนุษย์มีวิญญาณ (การรับรู้, การรู้แจ้ง) ซึ่งเป็นนาม แต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องยนต์ software จะไม่มีวิญญาณ&nbsp;แต่เป็นรูป&nbsp;- วิญญาณเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างนามและรูป ถ้ามีแต่รูป แต่ไม่มีนาม ก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต- มนุษย์ เลือกทำในสิ่งที่เป็นกุศลได้ เลือกใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำความดีได้&nbsp;Q5: โอนเงินทำบุญA: บุญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินหรือกาลเวลา ถ้าตั้งจิตถูกก็ได้บุญเหมือนกัน&nbsp;&nbsp;Q6: ฟังธรรมออนไลน์A: ธรรมะของพระพุทธเจ้า มาได้หลายรูปแบบ ทั้งพระพุทธเจ้าทรงสอนเอง หรือคนอื่นสอน หรือเป็นตัวหนังสือ หรือในรูปอิเล็กทรอนิกส์- จุดสำคัญ คือ เมื่อธรรมะเข้ามาสู่จิตใจแล้ว เกิดปีติ สุข ความสงบ เห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา ได้หรือไม่ ถ้าได้ก็บรรลุธรรมได้&nbsp;Q7: ใส่บาตรเวลาใดA: ไม่มีในธรรมวินัย แต่มหาเถรสมาคมให้แนวทางไว้ว่า การบิณฑบาตในที่สาธารณะไม่ควรเกิน 9 โมง แต่ถ้าใส่บาตรในวัดไม่เป็นไร แต่ต้องไม่เกินเที่ยง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • เรียนรู้ "สุข-ทุกข์" จาก "พยับแดด" [6911-1u] 08.03.2026 57分
    ช่วงไต่ตามทาง:&nbsp;- คุณปฐวี หลังจากได้ฟังธรรมะ เมื่อเจอเรื่องร้าย ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร ปัญหาที่เคยรู้สึกว่าหนัก ก็กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เบาขึ้น มีแสงสว่างเกิดขึ้นในจิตใจ มีความร่าเริงแจ่มใสขึ้น เพราะสติที่ตั้งขึ้นไว้ได้ ทำให้จิตไม่ได้ไหลไปตามอารมณ์ความรู้สึกจิตใจตั้งมั่นอยู่ได้อย่างดี- การมองโลกในแง่ดีในทางพระพุทธศาสนา คือ การไม่คิดไปในทางที่เป็นอกุศล ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ประมาท ไม่เผลอเพลิน มีความระมัดระวังอย่างสูงไม่ให้อกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:- เมื่อเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าเอาแต่รักสุขเกลียดทุกข์ แต่ต้องเข้าใจสุขทุกข์ ผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พยับแดด” พยับแดด ไม่ใช่ “ของจริง” แค่ “ดูเหมือนว่าจริง” คือ แม้เราจะเห็นแต่ไกลว่าข้างหน้าเหมือนมีน้ำอยู่บนถนน แต่เมื่อขับรถไปถึงจุดนั้นแล้วกลับไม่มีน้ำ มันไม่ใช่ของจริง การปรุงแต่งมองเห็นพยับแดดว่าเป็นสิ่งที่มีตัวตนนั้น เปรียบเหมือนกับทุกข์ที่เราปรุงแต่งไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ณ วินาทีนั้นแล้ว ทำให้ทุกข์ไม่ได้ลดลงและสุขไม่ได้มากขึ้น&nbsp;- เราจะมาหาของจริง ในสิ่งที่ไม่ใช่ของจริงจะไปเจอได้อย่างไร ในพยับแดดมีแต่แสงแต่ไม่มีตัวตน “เราจะไปหาสุข ในสิ่งที่เป็นความทุกข์ ก็จะหาไม่เจอ เปรียบเหมือนกับการไปหาน้ำในตัวพยับแดด เราจะไม่เจอน้ำ สิ่งที่เจอจะมีเพียงความว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน”- ผู้ที่เข้าใจเรื่องพยับแดด จะไม่ไปตามหาสุขในสิ่งที่เป็นทุกข์ อย่าไปคาดหวังจากพยับแดดที่จริง ๆ แล้ว มันไม่มีอะไร ก็จะไม่ทุกข์ นั่นคือ “การยอมรับ” พระพุทธเจ้าใช้คำว่า “ปริญญา” คือ ความรอบรู้เรื่องทุกข์&nbsp;&nbsp;- เมื่อเข้าใจทุกข์ ก็จะไม่ทุกข์ จะได้ “ความสุขที่เหนือกว่าสุขเวทนา” คือ สุขที่เหนือกว่ากามสุข เป็นสุขที่เกิดจากความรู้ยิ่ง รู้พร้อม เย็น คือ นิพพาน เป็นความสุขที่เกิดจากปัญญาที่เหนือกว่าสุขเวทนาทั่วไป เป็นเวทนาที่ละเอียดลงไป พ้นจากทุกข์ที่เกิดจากตัณหา- ผู้ป่วยที่เกิดทุกขเวทนา ความเจ็บปวดนั้นก็เหมือนพยับแดด ไม่สามารถที่จะเป็นตัวตน ไม่สามารถทำให้จิตใจเราหวั่นไหวได้ แม้แต่ความตายก็ไม่ใช่การสิ้นสุดจริง ๆ เพราะตายแล้วก็มีการเกิดใหม่ ไม่ว่าจะวิ่งหนีพยับแดด (ความเจ็บป่วย) หรือวิ่งเข้าหาพยับแดด (สิ่งปรุงแต่ง) ก็คืออันเดียวกัน อยู่ที่ว่ามองจากมุมไหนเพราะมันคือสิ่งที่ไม่มีตัวตน มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นธรรมดาบทสรุป: ปรากฏการณ์พยับแดด มีอยู่ทุกขณะในชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่คนรักสุข เกลียดทุกข์ ต้องเข้าใจ จะทำให้มีสุขที่เหนือกว่าสุขเวทนา พ้นจากความทุกข์ที่เกิดจากตัณหา ได้ความสุขที่เกิดจากปัญญาอย่างแน่นอน&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • หลวงพ่อกลักฝิ่น [6910-1u] 01.03.2026 55分
    Q1: หลวงพ่อกลักฝิ่น วัดสุทัศน์&nbsp;A: ระดับที่พึ่งทางใจ มี 3 แบบ(1) ไม่มีที่พึ่งเลย = ไม่กลัวกรรม ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ(2) มีที่พึ่ง แต่ยังไม่ถูกต้อง = อ้อนวอนขอร้องให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ มีที่พึ่งแบบนี้ยังดีกว่าไม่มีที่พึ่งเลย(3) มีที่พึ่ง ที่ถูกต้อง = คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เข้าใจเรื่องกรรม- การบูชา คนที่ควรบูชา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง- บูชาหลวงพ่อกลักฝิ่น ด้วยเครื่องบูชา 5 อย่าง แทนขันธ์ 5 หรือศีล 5- การขอขมา เป็นอริยประเพณี เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนให้ทำ ถ้าเราเห็นโทษโดยความเป็นโทษ แล้วกระทำคืนตามธรรม นั่นจะเป็นความเจริญของผู้นั้นในธรรมวินัยนี้ = เป็นสัมมาทิฏฐิ- การสำเร็จอะไร ด้วยลำพังเพียงการอ้อนวอนขอร้อง = เป็นมิจฉาทิฏฐิ- โลกธรรม 8 มีทั้งสุขและทุกข์ ไม่ใช่ว่ามีทุกข์ หรือสุขเพียงอย่างเดียว ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะช่วยให้อยู่ผาสุกอยู่ได้ ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดQ2: พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีเสริมดวง&nbsp;A: คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เกี่ยวข้องได้ คือ เรื่อง มรณานุสติ นึกถึงความตาย- เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก บาปอกุศลธรรมต้องรีบละให้ได้ นึกถึงความดีของตนให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะไปไม่ดีQ3: วันมาฆบูชา กับ การเวียนเทียนออนไลน์A: วันมาฆบูชา ปีนี้มาช้า เพราะเป็นปีที่มีเดือน 8 สองหน- การเวียนเทียน 3 รอบ คตินี้มาจาก การกระทำประทักษิณ เดินเวียนขวา (วัตถุที่บูชาอยู่ด้านขวา) 3 รอบ- การเวียนเทียนออนไลน์ ถ้านึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรืออริยสัจสี่ (รอบ 3 อาการ 12) ก็ได้เหมือนกัน- คำสอนของพระพุทธเจ้า เน้นเรื่องการปฏิบัติบูชาและการกระทำทางใจ หากทำถูกต้องแล้ว เรื่องอามิสบูชา การกระทำทางกายหรือทางวาจา ก็เป็นเรื่องรองลงมา&nbsp;Q4: ปัจจุบันความสุขหาได้ยากA: โลกมนุษย์สุขทุกข์จะพอกัน สวรรค์สุขมากกว่าทุกข์ นรกทุกข์มากกว่าสุข- ระดับความสุข&nbsp;1) สุขทางกาม = เป็นความสุขอย่างหยาบ มีทุกข์ตามมามาก2) สุขที่ละเอียด = ความสุขที่เกิดจากความสงบ การรักษาศีล สมาธิหลายระดับ ความทุกข์ที่ตามมาก็จะน้อยลง- ควรยินดีกับความสุขที่ละเอียด ฝึกตั้งสติ เริ่มจากการรักษาศีล คบเพื่อนดี เสพสื่อในทางดี ก็จะปรับจิตใจได้Q5: งานที่เคร่งเครียดเป็นการปฏิบัติธรรมA: ธรรมะ ต้องเข้าไปอยู่ในทุกอิริยาบถ- ความเพียร เป็นสัมมาวายามะ แต่ถ้ามีความเพียรมากไปก็ไม่ดี เพราะจะฟุ้งซ่าน ปัญหาที่เกิดจากความฟุ้งซ่านจะตามมา แต่ถ้ามีน้อยไปก็ไม่ดี เพราะจะทำให้เกียจคร้าน ดังนั้น การปรารภความเพียร ให้มีความพอดี อย่ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ซึ่งสติจะเป็นตัวกำกับว่ามีความเพียรพอดี มากไป หรือน้อยไปQ6: อยากรวยA: ทรัพย์สมบัติมีได้- ถ้ารักสุข เกลียดทุกข์ ก็อย่าสร้างเหตุของทุกข์ แต่ให้สร้างเหตุของสุข นั่นคือ ทาน ศีล ภาวนา- ถ้าอยากมีทรัพย์สมบัติมาก ก็ต้องให้ทานมาก- ความร่ำรวยในทางพระพุทธศาสนา มี 3 นัยยะ(1) มูลค่าทรัพย์สินต่าง ๆ&nbsp;(2) การจัดการทรัพย์สิน- สัดส่วนระหว่างรายรับกับรายจ่าย(3) อริยทรัพย์ – เจริญอิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 สติปัฏฐาน 4 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • มองโลกแง่ดี แง่ร้าย และทางสายกลาง [6909-1u] 22.02.2026 52分
    ลักษณะการมองโลกแง่ดี - แง่ร้ายคนมองโลกในแง่ร้าย&nbsp;ไม่เหมือนคนรอบคอบคนมองโลกในแง่ดี&nbsp;ไม่เหมือนคนใจดีมีเมตตาหากแยกแยะไม่ได้ ก็จะกลายเป็นสุดโต่ง 2 ข้าง- เช่น ความรอบคอบ ที่เจือด้วยความเคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่พอใจ (โทสะ) ไม่ลงใจ (วิจิกิจฉา) ความรอบคอบนั้น จะเกิดความคิดอกุศลขึ้นมา กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย โดยไม่รู้ตัว- เช่น ความใจดีมีเมตตา ที่เจือด้วยความฉันทาคติ โมหาคติ ความประมาท ความเพลิน ไม่ตรวจสอบ ไม่เข้าใจเงื่อนไขของโลก ไม่ทันคน ก็จะกลายเป็นคนโลกสวย มองโลกในแง่ดีเกินไป ถูกหลอกได้ทางสายกลาง- คนรอบคอบ จะไม่คิดอกุศล- คนใจดีมีเมตตา จะไม่โลกสวย แต่มีความระมัดระวัง ไม่ประมาทเลินเล่อ- รักษาจิตให้อยู่ในมรรค 8 ให้ได้- อย่ามองโลกในแง่ร้ายอย่างเดียว เพราะจะทำให้จิตใจหยาบกระด้าง- อย่ามองโลกในแง่ดีอย่างเดียว เพราะจะทำให้กลายเป็นคนโลกสวย ไม่รอบคอบ- ต้องมี “ปัญญา” ตัดเอาความคิดที่เป็นอกุศลออกไปจากการมองโลกในแง่ร้าย ความรอบคอบก็จะเกิดขึ้นมา ซึ่งเรียนรู้ได้จากสถานการณ์ องค์ความรู้ต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ อีกมุมหนึ่ง ตัดเอาความประมาท ไม่รอบคอบ ไม่ตรวจสอบ ความเพลิน ความลำเอียงเพราะชอบ/หลง ออกไป ก็จะกลายเป็นคนรอบคอบด้วย มีความใจดีมีเมตตา มีความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยเหตุให้เกิด “ปัญญา”&nbsp;- ได้แก่ สติ ศรัทธา สมาธิ ความเพียร ความทำจริงแน่วแน่จริง ศีล- ทุกข์ เป็นที่ตั้งของศรัทธา ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นความทุกข์เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของทุกขเวทนาหรือสุขเวทนา ทุกข์นี่แหละ เป็นที่ตั้งของศรัทธาได้ทั้งสิ้น- กัลยาณมิตรที่ดี จะช่วยแนะนำให้เกิดกัลยาณธรรมได้ ทำให้เกิดปัญญาขึ้นในจิตใจได้&nbsp;- จิตของเรามีความเป็นประภัสสร แต่เศร้าหมองด้วยกิเลสที่จรมา ทำให้มีพฤติกรรมออกมาเป็นคนมองโลกในแง่ดีบ้าง แง่ร้ายบ้าง แต่จริง ๆ แล้ว ส่วนดีเรายังมีอยู่ ต้องอาศัย “ปัญญา” ปาดเอาส่วนที่ไม่ดีออกไป ให้รักษาและพัฒนากุศลธรรมที่เรามีอยู่&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • การผูกเวร VS การอโหสิกรรม [6908-1u] 15.02.2026 52分
    Q1: อโหสิกรรม&nbsp;A: อโหสิ = ได้กระทำแล้ว- การกระทำของเรา คือ การให้อภัย- ทุกการกระทำ จะได้รับผลของการกระทำนั้น (วิบาก)- แม้จะได้รับการให้อภัย แต่คนที่ทำกรรมไม่ดี ก็ยังต้องได้รับผลของกรรมของเขาอยู่- การให้อภัย ความดีเกิดขึ้นที่ผู้ให้อภัย- การผูกเวร เป็นอกุศลกรรม&nbsp;- วิธีตัดเวรตัดกรรม คือ ปฏิบัติตามมรรค 8 ให้ถึงพระนิพพาน&nbsp;Q2: ทำบุญให้คนที่ทำให้ตายโดยไม่ตั้งใจA: บุญเกิดที่คนทำแล้ว- ถ้าผู้รับ อนุโมทนาด้วย จิตใจเขาก็จะนุ่มนวลลง อ่อนลง- ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีของเราต่อไป เพื่อกำจัดความกังวลใจออก ไม่เฉพาะการให้ทาน แต่รวมถึงการรักษาศีลและภาวนา ด้วย&nbsp;Q3: พี่สาวป่วยอัลไซเมอร์อยู่คนเดียวA: สามี ภรรยา ลูก = เปรียบเหมือนเสื้อผ้า&nbsp;พี่น้อง = เปรียบเหมือนแขนขา- พี่น้องมีใหม่ไม่ได้- แนะนำให้พี่น้องช่วยกันดูแลพี่สาวที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ทำแล้วได้บุญ- มีสถานพักฟื้นผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ&nbsp;Q4: ลูกคิดว่าพ่อทวงบุญคุณA: พ่อต้องทำใจให้เป็นกุศล อย่าให้คิดไปทางอกุศล อย่าสาปแช่งลูก ลูกเลี้ยงได้แต่ตัว- ให้เอายาใจใส่ลงไป เช่น เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สติ สัมปชัญญะ&nbsp;Q5: ดูแลแม่ที่อยู่ห่างกันA: ดูแลเอง หรือ จัดให้มีผู้ดูแลท่านก็ได้&nbsp;- ส่งเงินให้ โทรศัพท์คุยกันได้&nbsp;Q6: ทะเลาะกับน้องทั้งที่ไม่ผิดA: ผิด-ถูก ไม่เหมือนกับ สัมมา-มิจฉา- ถูก อาจเป็นมิจฉา และผิด อาจเป็นสัมมา ก็ได้- การถือตัวว่าตนถูก เป็นมิจฉา ผูกเวร- ให้แผ่เมตตาโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ&nbsp; Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • มนุษยสมบัติ เทวสมบัติ และนิพพานสมบัติ [6907-1u] 08.02.2026 57分
    ช่วงไต่ตามทาง: ผู้สูงอายุกับความกังวลใจ- คุณแม่สมบูรณ์ อายุ 80 ปี กว่า แม้ป่วยทางกาย แต่ลูกหลานก็จัดคนดูแลตลอดเวลา แต่ทางใจนั้น มีความร้อนใจ กังวลใจ เรื่องลูกหลาน- “ธรรมะ อันเป็นเครื่องป้องกันความขลาด”(1) ให้สมาทานพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก&nbsp;(2) ให้สมาทานศีล เมื่อระลึกถึงพระรัตนตรัยและศีลแล้ว ก็จะไม่ร้อนใจ(3) ฝึกสติและสมาธิ = ศีล + ปัญญา ทำให้เกิดสมาธิได้ เช่น คอยเตือนให้บริกรรมพุทโธ เป็นระยะ ๆ&nbsp;(4) ให้เจริญพรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา- ค่อย ๆ คลายเรื่องที่กังวล/ความผูกพัน ทีละเรื่อง ให้แทนที่ด้วยปัญญา โดยมองว่าทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง บุคคลมีกรรมเป็นของของตน แม้แต่กายของตนก็เป็นของไม่เที่ยง อย่าไปยึดถือกังวล&nbsp;ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สมบัติ 3 ระดับ- ทรัพย์สินแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1) ทรัพย์สินทางกาม 2) ทรัพย์สินทางอื่น&nbsp;- สมบัติมี 3 ระดับ(1) มนุษย์สมบัติ = สูงสุด คือ รัตนะ 7 ประการ และฤทธิ์ 4 อย่าง แม้มีความสุข ก็ยังเป็นความสุขทางกาม(2) เทวสมบัติ (ทิพยสมบัติ, สวรรค์สมบัติ) = มีความเสื่อมได้ ตามบุญที่ทำไว้(3) นิพพานสมบัติ = มีคุณค่ามาก- อริยทรัพย์ 7 ประการ ได้แก่&nbsp;(1) ศรัทธา&nbsp;(2) ศีล&nbsp;(3) หิริ&nbsp;(4) โอตตัปปะ&nbsp;(5) พาหุสัจจะ&nbsp;(6) จาคะ&nbsp;(7) ปัญญา- อริยทรัพย์ จะนำมาซึ่งเทวสมบัติ และนิพพานสมบัติ- ให้รักษาอริยทรัพย์นี้ไว้ อย่าให้เสื่อม- ทานสมบัติ / เขตสมบัติ คือ&nbsp;(1) ผู้รับทาน = มีคุณธรรม (เนื้อนาบุญ)&nbsp;(2) สิ่งของที่ให้ = บริสุทธิ์&nbsp;(3) ผู้ให้ = มีจิตใจถึงพร้อมด้วยความตั้งใจที่จะให้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • "สติ" กับ "การเลือกตั้ง" [6906-1u] 01.02.2026 54分
    Q1: การกระทบกระทั่งในที่ทำงานA: ขันติ (ความอดทน) จะมากับผัสสะที่ไม่น่าพอใจ หากมีปัญญา อดทน ไม่โต้ตอบ ไม่ทำร้ายตอบ ไม่ผูกเวรกัน เกิดเป็นความดีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้เป็นเพื่อนกันได้ในเวลาถัดมา- การปล่อยความโกรธทิ้งไปด้วยสติสัมปชัญญะ ขันติ จะมีพลัง&nbsp;Q2: การเลือกตั้งA: ควรมอบอำนาจของเราให้ “คนดี” ให้เอาความดีเป็นหลักพิจารณาก่อน “ความเก่ง”&nbsp;-&nbsp;อย่าเอาความชอบ-ไม่ชอบ เป็นเกณฑ์ เพราะเป็นกิเลส แต่ให้เอาความดีเป็นเกณฑ์- มาตรฐานของคนดี ตามพาลบัณฑิตสูตร คือ(1) มีศีล - กุศลกรรมบถ 10(2) มีสัมมาวาจา(3) ไม่มีความคิดพยาบาท- หากผลการเลือกตั้งไม่เป็นดั่งหวัง ก็ต้องเข้าใจว่าบางทีมีแพ้มีชนะ แต่อย่าให้การคิดดี พูดดี ทำดี ของเราเสียไป&nbsp;- อย่างไรก็ตาม อำนาจที่แท้จริง คือ การมีสติสัมปชัญญะในการตัดสินใจของเราต่อทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในการคิดดี พูดดี ทำดี โดยไม่หวังพึ่งคนอื่นก่อน ซึ่งอำนาจนี้มีอยู่กับเราตลอดเวลา ไม่ได้มีเฉพาะช่วงการเลือกตั้ง&nbsp;Q3: วิธีอยู่กับปัจจุบันA: ต้องมีสติ&nbsp;- บางคนเพลินอยู่กับปัจจุบันก็มี เพลินกับสมาธิก็มี- ถ้าเรามีสติ ก็สามารถคิดเรื่องอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ได้ทั้งหมด- เครื่องมือให้เกิดสติ มี 10 วิธี เช่น อานาปานสติ (ดูลมหายใจ) พุทธานุสติ สีลานุสติ จาคานุสติ เทวตานุสติ สังฆานุสติ มรณานุสติ เป็นต้น- เมื่อมีสติ จิตก็จะไม่เพลินไปตามผัสสะที่มากระทบ&nbsp;Q4: บุญที่ทำแล้วแรงที่สุดA: อนันตริยกรรมฝ่ายบวก มี 8 อย่าง ได้แก่ สมาธิขั้นที่ 1-8 นั่นเอง&nbsp;Q5: บุญที่ทำแล้วลบกรรมได้มากที่สุดA: ต้องเอาสมาธิ รวมกับปัญญา จะกลายเป็นมรรค 8 ให้ผลคือ ความสิ้นกรรม- โดยสมาธิและปัญญา ต้องมีศีลเป็นพื้นฐาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • สมชีวิตา [6905-1u] 25.01.2026 59分
    ช่วงไต่ตามทางผู้ฟังท่านนี้เป็นนักธุรกิจ เคยเดินสายบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มามาก ต่อมา หันมานึกถึงพระรัตนตรัย เอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงเท่านั้น ยังบูชาเทพเจ้าบ้าง แต่เป็นการบูชาด้วยคุณความดีเกิดการเปลี่ยนแปลง มีความสบายใจ โล่งใจ ทำให้การกระทำทางกายดีขึ้น วาจาดีขึ้น สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ขายดีขึ้น ลูกน้องดี เจอลูกค้าดี ดึงดูดสิ่งดีดีเข้ามาช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สมชีวิตาสมชีวิตา การใช้จ่ายเงินที่ถูกต้อง1. รายรับต้องท่วมรายจ่าย อย่าให้รายจ่ายท่วมรายรับ2. ใช้จ่ายเพื่อ 4 หน้าที่ คือ(1) ใช้จ่ายเพื่อตนและครอบครัว(2) ใช้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือรักษาทรัพย์เก็บไว้(3) ให้เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น(4) ให้เพื่อหวังเอาบุญ- การใช้จ่ายเงิน แบ่งคนได้ 3 ประเภท(1) คนเข็ญใจ = คนที่มีรายรับไม่ท่วมรายจ่าย(2) คนจน = คนที่มีรายรับพอๆ กับรายจ่าย(3) อิสรชน = คนที่มีรายรับท่วมรายจ่าย- รายรับ แบ่งคนได้ 3 ประเภท(1) กุฎุมพี = คนมีเงิน(2) เศรษฐี = คนมีเงินท่วมรายจ่าย(3) มหาเศรษฐี = คนมีเงินท่วมรายจ่าย หลายๆ ส่วน- การแบ่งจ่ายทรัพย์ที่ถูกต้อง ทำให้มีกำลังใจสูง มีบุญที่จะเกิดจากการจ่ายทรัพย์ที่ถูกต้อง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
  • ธรรมะสำหรับเด็ก Gen-Alpha [6904-1u] 18.01.2026 53分
    Q1: ธรรมะสำหรับเด็ก Gen-AlphaA: เด็ก Gen alpha (เกิดในช่วงปี 2553-2567) เติบโตมาในช่วงที่มี AI แล้ว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญแล้ว ทำให้มีสื่อที่ดึงทางตา ทางหู อย่างมาก ทำให้ไม่เชื่อเรื่องที่ลึกซึ้ง&nbsp;- ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีหลายเรื่อง ไม่ได้มีแค่เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้น&nbsp;- ธรรมะเรื่องอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก Gen-Alpha เช่น ขันธ์ 5 อิทธิบาท 4 มรรค 8 ความเพียร&nbsp;วิธีการสอนธรรมให้เด็ก Gen-Alpha&nbsp;- ต้องใช้ทางสายกลาง คือ เรื่องไหนที่เด็กยังไม่ยอมรับหรือยังไม่เข้าใจ ก็ให้ยกไว้ก่อน อย่าเพิ่งพูด ให้พูดเรื่องที่เป็นหลัก Common Sense หลักสามัญสำนึกพื้นฐาน แล้วค่อยเชื่อมโยงต่อไปว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักวิทยาศาสตร์ เพราะท่านทดสอบมาแล้ว จึงบอกกระบวนการขั้นตอนมาแล้ว ไม่ได้เกิดจากการฟังตามกันมาอย่างเดียว ซึ่งมีทั้งรูปและนาม- ถ้าจิตยังไม่ละเอียดพอ ก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่เป็นนาม แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี- หลักในการตามค้นหาซึ่งความจริง คือ “อย่าปักใจลงไปอย่างเดียวว่า นี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า เพราะนั่นเป็นมิจฉาทิฏฐิ”Q2: วิธีการแผ่เมตตาA: ถ้านึกถึงความรักความเมตตาของแม่ไม่ได้ ก็ให้นึกถึงความเมตตาของพระพุทธเจ้า หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือบุคคลใดก็ได้ที่มีเมตตา หรือนึกถึงตัวเราเองตอนที่มีเมตตาก็ได้ แล้วเอาเมตตานั้นมาเป็นอารมณ์ ส่งไปยังบุคคลที่เราไม่ชอบ ให้เหมือนเขาเป็นเสาอากาศในการส่งแผ่ความเมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย- ต้องตั้งจิตของเราให้ดี ให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 มีเมตตา&nbsp;จิตก็จะมีพลัง ต้องฝึกทำบ่อย ๆ สัก 6 เดือน ก็จะดีขึ้นQ3: โกรธจนนอนไม่หลับA: ใช้อุเบกขา วางใจต่อคำชมและคำด่า และใช้ขันติในการอดทน เพื่อจัดการความโกรธ&nbsp;- นึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นตัวอย่าง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

人気の国

このポッドキャストはこれらの国のポッドキャストチャートにも登場します。