7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)
ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
0
รายการธรรมะที่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต หลักธรรม และการภาวนา โดยมีพระอาจารย์และผู้ดำเนินรายการร่วมตอบคำถามทุกวันอาทิตย์ ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
Episoder
-
ธรรมะแก้ซึมเศร้า [6922-7q] 30.05.2026 54minQ: ธรรมะเยียวยารักษาผู้ป่วยซึมเศร้าได้อย่างไร?A: โรคซึมเศร้าเกิดจากการหมกมุ่นในความทุกข์และยึดติดตัวตน การเยียวยาต้องใช้สัมมาสติ อย่าให้กำลังกับเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจ และใช้ปัญญาในการพิจารณา เห็นว่าเราไม่ใช่ตัวตน เห็นด้วยความเป็นอนัตตา เพื่อดับความทุกข์ที่ต้นเหตุ Q: เมื่อเราเมตตากรุณาจนเป็นทุกข์ ควรแก้ไขอย่างไร?A: ความกรุณาเป็นสิ่งดี แต่หากมีมากเกินไปจนกลายเป็นความเศร้าโศกถือว่าเป็นอกุศลและสุดโต่งเกินไป ควรแก้ไขด้วยการมีสติสัมปชัญญะและใช้ “อุเบกขา” คอยกำกับเพื่อให้จิตกลับมาตั้งมั่นและรักษาจิตเราให้พอดีได้ Q: การเข้าสมาธิต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมตลอดหรือไม่?A: การตกภวังค์เกิดจากสมาธิมีกำลังมากกว่าสติ จนตกอยู่ในความง่วงซึม (ถีนมิทธะ) ให้มองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนา โดยปรับสมดุลด้วยการเจริญวิปัสสนาเพิ่มขึ้น เพื่อดึงสติให้กลับมามีกำลังเสมอกับสมาธิ Q: การพิจารณาควรทำอย่างไร?A: ดูจากคิวคือเครื่องหมาย หากวิปัสสนาแล้วฟุ้งซ่านให้กลับมาทำสมถะ หากทำสมถะแล้วง่วงให้กลับไปวิปัสสนา แต่ถ้าจิตคลายลง ละเอียดลง สงบเย็นเอง ก็ให้ประคองความนิ่งนั้นไว้ให้ดี แล้วเราจะกลับมาพิจารณาอีกก็ได้ ค่อย ๆ ทำไปจนมันพอดี อาสวะสิ้นก็จะปล่อยวางได้หมด Q: การนั่งสมาธิแบบมิจฉาเป็นอย่างไร?A: คือการมีสมาธิจดจ่อเพื่อนำไปทำสิ่งไม่ดี เช่น ขโมยของ ปล้นธนาคาร หรือทำสมาธิโดยมีความเห็นผิด เราจะไม่ให้มีมิจฉาสมาธิ เราต้องมีศีล มีความเข้าใจที่ถูกต้อง มีสัมมาทิฏฐิที่แวดล้อมไปด้วยมรรคอีก 7 ประการ เมื่อเราเข้าใจถูกต้อง เราจะหลุดพ้นได้ Q: ภิกษุสรงน้ำได้วันละกี่ครั้ง ถวายแป้งเย็นเพื่อคลายร้อนได้หรือไม่?A: สรงน้ำได้ตามความเหมาะสม แป้งเย็นต้องพิจารณาก่อนจะทา หากทาเพื่อที่ระงับเวทนา ก็สามารถทาได้ Q: ทำบุญให้คนที่รักเป็นการหวังผลหรือไม่?A: ไม่ผิดและเป็นหน้าที่ที่ควรทำ การทำดีย่อมได้ผลดีเสมอ การสร้างเหตุที่ดีอย่างแยบคายย่อมส่งผลลัพธ์ที่ดีงามตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งดีกว่าการไม่ลงมือทำความดีอะไรเลยQ: เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่?A: ไม่ใช่ทุกคนจะมีเทวดาคุ้มครอง เทวดาจะมาอนุโมทนาและอยู่ปกปักรักษาเฉพาะผู้ที่หมั่นทำบุญทำความดีเท่านั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
พ้นเหนือบุญเหนือบาป [6921-7q] 23.05.2026 56minQ: ศีลห้าไม่ครบจะทำฌานได้หรือไม่ จะเข้าถึงธรรมได้หรือไม่?A: สมาธิ คือ พละกำลังของจิต เมื่อศีลไม่ครบ จะมีความร้อนใจ ดังนั้นสมาธิ/ฌานอาจจะทำได้บ้างแต่ไม่เต็ม และไม่สามารถละกิเลสได้ Q: ทำอย่างไรให้ลูกสาวพูดความจริงกับพ่อ?A: พ่อแม่ต้องมีจิตใจนุ่มนวลด้วยพรหมวิหาร 4 มีเวลาให้กัน สอนลูกให้ตั้งอยู่ในความดี และดูแลไม่ให้เงื่อนไขทางกามมาบีบคั้นการใช้ชีวิตของลูก Q: กรรมที่ทำในชาตินี้ทำไมจึงไม่ให้ผลในชาตินี้?A: การให้ผลของกรรมมีหลายระดับและเป็นอจินไตย ขอเพียงเชื่อมั่นว่ากรรมทุกอย่างย่อมส่งผลตามเหตุปัจจัยอย่างแน่นอน และจงตั้งมั่นดำรงตนในการทำกรรมดีต่อไป Q: การฆ่าเพื่อป้องกันตัวนั้นบาปหรือไม่?A: การฆ่าทุกชนิดถือว่าเป็นบาป แต่การผิดศีลและระดับความหนักเบาของบาปนั้นให้ประเมินที่เจตนาเป็นสำคัญ การฆ่าเพื่อป้องกันตัวจึงมีบาป ลดหลั่นไปตามเจตนานั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ผู้ไม่ร้อนใจในภายหลัง [6920-7q] 16.05.2026 57minQ: อริยบุคคลต้องบรรลุอรหันต์ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์นั้น ๆ เท่านั้น จริงหรือไม่?A: พิจารณาจาก “มนุษย์โลก” จะไม่ข้ามสมัยของพระพุทธเจ้าคือคำสอน เมื่อคำสอนหมดไป พระธาตุอันตรธานหายไป จะเข้าสู่ในยุคที่ไม่มีพระพุทธเจ้า ก็จะมีเวลาที่ให้พระพุทธเจ้าองค์ต่อมาได้อุบัติขึ้น, หากพิจารณาจาก “พรหมโลก”อนาคามีชั้นสุทธาวาสนั้นมีอายุขัยยืนยาวมาก อยู่ข้ามยุคสมัยของพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ได้ Q: คำสอนในแต่ละพระพุทธเจ้าเป็นคำสอนเดียวกันหรือไม่?A: สิ่งที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้คือสิ่งเดียวกัน Q: อนาคามีจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อน พอได้ฟังธรรมขององค์พระพุทธเจ้าถัดมา มีสิทธิบรรลุธรรมต่อหรือไม่?A: พระอนาคามีท่านพร้อมที่จะบรรลุอรหันต์อยู่แล้วและการที่ได้ฟังธรรม ก็อาจจะทำให้ท่านบรรลุธรรมได้เร็วขึ้น Q: คนที่ฟังธรรมอยู่เป็นประจำถือว่ามีเหตุมาจากกาลก่อนหรือไม่?A: อานิสงส์ของการฟังธรรม เมื่อเขาเกิดเป็นเทวดา แล้วเขาได้ฟังธรรม เขาจะระลึกธรรมได้ เป็นที่มาของคำว่าบุคคลเหล่านี้เคยสร้างบารมีมาก่อน ชาตินี้จะมีการฟังธรรมปฏิบัติธรรมต่อไปอีก Q: ไม่ไปปฏิบัติธรรมในคอร์ส แต่ทำเองที่บ้านได้หรือไม่ มีผลต่างกันอย่างไร?A: การปฏิบัติธรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปแบบ สามารถทำที่ไหนก็ได้ ทำได้ในทุกอิริยาบถ ทำได้ทุกวัน ที่สำคัญคือนำธรรมมาใช้ นำมาทำ นำมาปฏิบัติ ทำอย่างต่อเนื่องจะพัฒนาขึ้นได้ Q: อริยบุคคลในสมัยพุทธกาลพาตนให้รอดพ้นจากภัยสงครามได้อย่างไร และการนำมาปรับใช้กับปัจจุบัน?A: ท่านได้เคยเตือนไว้ถึงภัยในอนาคต เมื่อมีสงคราม ที่ไหนปลอดภัย อาหารหาง่าย คนก็จะมาอยู่ มีการคลุกคลีกัน ให้เราฝึกสติ สมาธิ ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ศีล และพละ 4 ประการ เพื่อที่ยามที่โลกไม่ผาสุก เราจะยังเป็นผู้ที่อยู่ผาสุกได้ Q: นั่งสมาธิแบบมิจฉาเป็นอย่างไร?A: ยกตัวอย่าง คนที่ปล้นธนาคาร เขาก็จะมีมิจฉาสมาธิ “มิจฉา” หมายถึงกิเลสเพิ่ม “สัมมา” หมายถึงกิเลสลด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ไปวัดกันทำไม [6919-7q] 09.05.2026 58minQ: จิตกับใจต่างกันอย่างไร?A: จิตกับใจเหมือนกัน คือเป็นนามเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ทำหน้าที่คนละอย่างกัน Q: อยากให้จัดรายการต่อไป ความอยากนี้จัดเป็นกิเลสหรือไม่?A: ต้องแยกแยะว่าเป็นความอยากแบบไหน ไม่ใช่ว่าความอยากทุกอย่างนั้นเป็นตัณหาเป็นกิเลสทั้งหมด ถ้าเป็นความอยากที่เป็นตัณหาเป็นสมุทัย จะต้องประกอบด้วย 3 อย่าง คือ 1) ยินดีในทางกาม 2) เป็นไปด้วยความเกิดใหม่คือความเป็นสภาวะ 3) เป็นไปด้วยความกำหนัดเพลิดเพลิน ถ้าไม่ได้เป็นไปด้วย 3 อย่างนี้ เป็นความเพียร คือกุศลเพิ่มขึ้น อกุศลลดลง Q: เราไปวัดกันทำไม และการสมาทานศีลควรทำที่ใด?A: คนโบราณมีกุศโลบาย คือไปวัดเพื่อพบเห็นสมณะ ได้กราบไหว้ ได้รับศีล ได้ฟังธรรม ได้ถวายทาน ครบในข้อของ “อุบาสกรัตนะ” ส่วนการสมาทานศีลนั้น อยู่ที่เราตั้งจิตและทำด้วยความเป็นปกติ Q: ขอคำอธิบายเกี่ยวกับสวรรค์และพรหม?A: สวรรค์มีแค่ 6 ชั้น สูงขึ้นไปคือชั้นพรหม แบ่งเป็น รูปพรหมและอรูปพรหม นอกจากนี้หากแบ่งตามเวทนา “สวรรค์และพรหมโลก” จะมีสุขมากทุกข์น้อย “นรก” จะมีทุกข์มากสุขน้อย “มนุษย์” จะมีสุขทุกข์พอ ๆ กัน หากแบ่งตามสภาวะความเป็นอยู่ “กามภพ” จะยังเกี่ยวเนื่องด้วยกาม ได้แก่ นรกไปจนถึงสวรรค์ชั้น 6 “รูปภพ” คือ รูปพรหม ไม่มีกามมีแต่รูป, “อรูปภพ” คือ สภาวะที่ไม่มีรูปมีแต่ใจ สื่อสารไม่ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ปิยวาจาตามหลักสังคหวัตถุสี่ [6918-7q] 02.05.2026 56minQ: คุณพ่อเสียชีวิตขณะหลับ คนปลุกขณะนั้นจะบาปหรือไม่?A: เกณฑ์ที่ท่านให้ไว้คือเจตนา เรามีเจตนาดูแลท่าน ไม่ได้มีเจตนาอื่น ในการที่เราดูแลท่าน จนวาะสุดท้ายในอ้อมกอดเรา นั่นถือว่าเป็นบุญอย่างที่สุดแล้ว ให้สบายใจได้ Q: เมื่อยังมีชีวิต ทำความดีไว้มากแต่จบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย จะมีที่ไปเป็นเช่นไร?A: พิจารณาเป็น 3 ประเด็น คือ “การฆ่าตัวตาย” การฆ่าตัวตายจะบอกว่าไปไม่ดีทั้งหมดเลยไม่ได้ เพราะในสมัยพุทธกาล มีกรณีที่พระท่านฆ่าตัวตาย ที่ไม่ก่อนไม่หลังการตายท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ เป็นการตายที่ไม่น่าติเตียน, “จิตสุดท้ายก่อนตาย” หากจิตสุดท้ายไปข้องอยู่กับอะไร ก็มีแนวโน้มที่จะไปอย่างนั้น, “ที่ไป” ไปตามบุญกับบาปที่เราทำ บุญกับบาปจะหักลบกลบกันไม่ได้ แต่อาจจะช่วยเหลือสนับสนุนหรือหักล้างกันในบางกรณี สิ่งที่ผู้เป็นเพื่อนหรือญาติควรทำคือทำบุญอุทิศให้เขา Q: ทำบุญและอุทิศให้แด่ผู้ที่ฆ่าตัวตาย วิธีไหนได้ผลเร็วA: “การให้ทาน” คือการใช้สิ่งของภายนอก โดยเฉพาะเจาะจงให้กับบุคคลนั้น ใส่ชื่อเขาในการทำทานนั้น, “การรักษาศีลภาวนา” คือ เรารักษาศีล ภาวนาทำสมาธิ แล้วอุทิศให้เขา, “การแผ่เมตตา” แผ่เมตตาออกไปโดยเอาตัวเขาเป็นอารมณ์ ส่งผ่านตัวเขาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งสามอย่างนี้ให้ผลแตกต่างกัน เราควรทำให้ครบทุกด้าน Q: ปิยวาจาไม่จำเป็นต้องพูดความจริง ใช่หรือไม่?A: ปิยวาจาหนึ่งในคุณธรรมของสังคหวัตถุ 4 คือธรรมะที่จะทำให้เกิดความสงเคราะห์กัน การพูดความจริงถ้ามันไม่เป็นปิยวาจา เราก็ไม่ควรพูด การที่เราไม่ได้พูดความจริงไม่ใช่ว่าโกหก แต่เรายังไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงกับเขาในตอนนั้น ซึ่งเขาอาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับฟัง ให้เราหาโอกาสที่เหมาะสม ทั้งนี้ ปิยวาจายังรวมในส่วนของสัมมาวาจาด้วย คือไม่พูดโกหก ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดให้เขาสะเทือนใจ ไม่พูดให้เขาเสื่อมศรัทธา และยังมีสังคหวัตถุ 4 คืออัตถจริยา เป็นการชี้ว่าทำแบบนี้จะดี ก็จะเป็นการให้เขาตั้งอยู่ในศีล ศรัทธา ประพฤติประโยชน์ได้ Q: เมื่อไม่อยากผสมโรงไปกับความเห็นที่ไม่ถูกต้อง ควรทำอย่างไร?A: ให้ดูว่าอยู่ในสถานะไหน ให้พิจารณาว่าจิตคนนั้นเขาจะรับได้ไหม ขัดเคืองไหม หากพิจารณาแล้วว่าพูดแล้วเขาจะเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าเราจะลำบากก็ให้คิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ให้บอกเขา แต่หากพิจารณาแล้วว่าพูดแล้วเขาก็จะขัดเคือง ไม่เปลี่ยนแปลง เราก็จะลำบาก ท่านให้อุเบกขา ให้เรานิ่ง ๆ อย่าไปขัดเคืองเขา Q: ธรรมะข้อใดสามารถนำมาปรับใช้ได้ในผู้ที่ป่วยซึมเศร้า?A: จิตเมื่อตริตรึกไปในสิ่งไหน สิ่งนั้นจะมีพลัง หากเราไม่ตริตรึกไปในสิ่งนั้น สิ่งนั้นก็จะอ่อนกำลัง ให้เราพาตัวเองไปออกกำลังกาย ไปหาเพื่อน พาตัวเองออกจากจุดนั้น ไปทำอย่างอื่น พอเราไม่คิดถึงสิ่งนั้น สิ่งนั้นก็จะอ่อนกำลังลง หรือฝึกสติ พิจารณาว่าความเสียใจมันไม่ได้มีอยู่ตลอด ให้เห็นว่าความเศร้ามีมาแต่มันก็มีดับไป พอเห็นตรงนี้บ่อย ๆ เราก็จะแยกแยะและออกจากความคิดนั้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ปัญญาเครื่องตัดตัณหาและอวิชชา [6917-7q] 25.04.2026 55minQ : กามตัณหาคืออะไร ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วเราจะระงับได้อย่างไร?A : ในการที่เราจะระงับจิตใจ ไม่ไปตามกามตัณหา คือเราต้องเห็นโทษของมัน ในกรณีพระสงฆ์ ท่านยกอุปมาดังนกแร้ง ที่คาบเนื้อมาแล้วมีนกตัวอื่นมาแย่งไป การภาวนาเช่นนี้จะช่วยได้ ส่วนกรณีฆราวาสผู้ครองเรือน ท่านให้เรารักษาศีล 5 ด้วยศรัทธา ให้มีหิริโอตับปะ มีความเพียร Q : เมื่อประสบเหตุร้าย ๆ ในชีวิต แล้วเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา จะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ใจของเราไม่ทุกข์ไปตามสิ่งร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น?A : เราต้องทำปัญญาให้เกิด แล้วใช้ปัญญามาเป็นตัวตัดระหว่างตัณหาและอวิชชา โดยแนวทางที่จะทำให้เราเกิดปัญญาได้ ท่านอธิบายถึง “โลกธรรม 8” ว่าในขณะที่เรามีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของสิ่งนั้น เราไม่ควรจะไปยึดถือมัน ในขณะที่เสื่อมลาภ ยศ ทุกข์ ก็ให้เห็นว่ามันเป็นธรรมดา คือมันมีความเกิดขึ้น-ดับไป เป็นธรรมดา เช่นนี้แล้ววิชชาและความรู้จะเกิด อวิชชาจะดับ Q : เมื่อเปิดเทปธรรมะให้ผู้ป่วยอาการหนักฟัง แล้วเขามีจิตใจสงบ จะสามารถไปสู่สุคติสัมปรายภพได้หรือไม่?A : ได้แน่นอน อานิสงส์ของการฟังธรรมก่อนตาย คือจะทำให้ตรัสรู้ธรรมในปัจจุบันไม่ก่อนหรือไม่หลังจากการตายนั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ธรรมะเบาใจยามภัยสงคราม [6916-7q] 18.04.2026 58minQ: ธรรมะสำหรับรับมือช่วงภัยสงครามA: ถ้าเรากังวลใจ เครียด วุ่นวาย ไม่สงบ ไปตามผัสสะที่ผ่านเข้ามา เราจะอยู่ไม่ผาสุกเราจะทุกข์ หากเรามีเงื่อนไขของความสุขมาก เราจะทุกข์มาก เราจึงต้องฝึกสติ ใช้ปัญญา แยกแยะสุขเวทนา ทุกขเวทนา ผัสสะ ว่าไม่ใช่อย่างเดียวกัน ไม่ไปตามผัสสะที่เข้ามากระทบ ไม่ไปตามสิ่งที่เป็นอกุศล เราจะสามารถอยู่ผาสุกในทุกขเวทนาได้ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าทุกข์มันหายไป แต่เราอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์ คือเราจะอยู่ผาสุกได้ Q: เครื่องเบาใจสี่ประการเพื่อความผาสุกA: ท่านได้ให้ “เครื่องเบาใจ” เอาไว้ สิ่งที่ถ้าเราคิดถึงระลึกถึง ทำอย่างถูกต้องแล้ว เราจะเบาใจสบายใจได้ผาสุกได้ นั่นคือ1) การระลึกถึง “พระพุทธเจ้า” คือ ระลึกถึงการตรัสรู้ของท่าน “พระธรรม” คือ ธรรมะที่อยู่ในใจของเรา นำมาปฏิบัติแล้วเกิดผล “พระสงฆ์” คือ ระลึกถึงเหล่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ2) การระลึกถึงศีล คือศีล 5 อันเป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ3) การระลึกถึงการให้ทานการบริจาค4) การระลึกถึงเทวดา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
นิโรธสู่นิพพาน [6915-7q] 11.04.2026 50minQ: นิโรธคือนิพพานใช่หรือไม่A : นิโรธคือความดับ อริยสัจคือความจริงอันประเสริฐ 4 อย่าง ในปฏิจจสมุปบาทท่านแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ ในส่วนของการเกิดคือทุกข์กับสมุทัย และส่วนของการดับคือนิโรธกับมรรค นิพพานในนิโรธเป็นนิพพานที่อาศัยเหตุอาศัยปัจจัย นั่นคือมรรค ถ้าเหตุปัจจัยดับ ความดับนั้นความพ้นนั้นสภาวะนั้นก็หมดไป ยังกลับกำเริบได้ หรือที่เรียกว่านิพพานที่นี่เดี๋ยวนี้ แต่เมื่อใดที่ทำไป ๆ จะมีนิพพานชนิดที่ไม่กลับกำเริบ เป็นความพ้นที่มีนิพพานเป็นที่ไปสู่ นิพพานที่เหนือเหตุเหนือปัจจัย Q: สังโยชน์เพื่ออุบติหรือภพ?A : “อุบัติ” คือ การเกิด, “ภพ” คือ ความเป็นสภาวะ สังโยชน์อันเดียวกัน อยู่ที่ว่ามองจากมุมของการเกิด หรือมองจากภพที่ไปเกิด Q: การทำโกฏิธาตุในทะเลพร้อมติดปะการังA : เมื่อตายไปแล้วก็เป็นเรื่องของคนเป็น ร่างก็เหมือนไม้ที่เขาทิ้งไว้ในป่าหาประโยชน์ไม่ได้ ที่ควรทำคือทำความดีก่อนตาย ความไม่ประมาทคือการทำกาย วาจา ใจให้เป็นสุจริต อันนี้จะเป็นหลักประกันได้ Q: การบริจาคร่างกายดีหรือไม่?A : ดีแน่นอน Q: เคยเป็นคนผิดศีล จะตั้งจิตใหม่ควรทำอย่างไรA : ความสัมพันธ์ชู้สาว เป็นหนึ่งในสามสิ่งที่เมื่อปิดบังแล้วความชั่วจะเจริญ แต่ถ้าเปิดเผยออกมาความชั่วจะถูกลดทอนลง ความดีจะเพิ่มขึ้น การที่เปิดเผยนั่นคือ การมีหิริโอตัปปะแล้ว ผิดศีลจึงทำให้ร้อนใจหรือการติเตียนคนก็ทำให้ศีล 7 ในข้อสัมมาวาจาบกพร่อง ทำให้การนั่งสมาธิจึงเป็นไปได้ยาก การตั้งสรณะใหม่จะช่วยได้ การเปิดเผยเป็นความดี แต่ต้องไม่ใช่การโฆษณา ต้องลงมือทำจริงทางกายวาจาใจ ส่วนการดลใจหรือเชิญชวนมีอิทธิพลมากน้อยไม่เท่ากัน เขาแค่กระซิบ แต่คนลงมือทำจริงคือตัวเรา เมื่อตกลงทำดีจะเจอแบบทดสอบในแต่ละขั้นที่แตกต่างกันไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
รับมือความป่วย [6914-7q] 04.04.2026 55minQ: ทำอย่างไรจึงจะมีสติกำกับในทุกความคิดในทุกอิริยาบถ?A : การที่จะทำให้มีสติอยู่ทุกขณะนั้น เป็นทักษะที่ฝึกได้ ยิ่งฝึกยิ่งดี โดยท่านให้เครื่องมือเอาไว้คือ “อนุสติ10” และสิ่งที่จะสนับสนุนให้เรามีสติ คือศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ การรู้ประมาณในการบริโภค การอยู่หลีกเร้น การเป็นผู้อยู่ง่ายกินง่ายสันโดษ การประกอบด้วยธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ทั้งหมดนี้เป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ จะทำให้เรามีสติอยู่ในทุกอิริยาบถ Q: สอบถามเรื่องคอร์สปฏิบัติธรรม?A : สถานที่ “วัดภูทอก จ.บึงกาฬ” วันที่ 28 พ.ย. 69 - 6 ธ.ค. 69 สมัครได้ที่ www.panya.orgสอนสมาธิ เพื่อสติสัมปชัญญะ, เพื่อความสุข/สมาธิกีฬา และเพื่อความสิ้นอาสวะ / สถานที่ “มูลนิธิอาศรมมาตา” อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา วันที่ 1 พ.ค. 69 - 7 พ.ค. 69 สมัครได้ที่ https://ashrammata.org/25690501-ven-aj-maha-phaibun/ เน้นเรื่องสมาธิกีฬาและการเจริญพรหมวิหาร 4 Q: บางครั้งเราก็โง่บางครั้งเราก็ฉลาด จะมีปัญญารับมือในแต่ละสถานการณ์อย่างไร?A : ในตัวเรามีกิเลสอยู่แล้ว ให้เราฝึกสติในการรับมือ สติจะเป็นตัวกำหนด หากสมาธิมากเกินไปก็จะเกียจคร้าน หากความเพียรมากเกินไปก็จะฟุ้งซ่าน หากปัญญามากเกินไปก็จะยกตนข่มท่าน หากศรัทธามากเกินไปก็จะเป็นงมงายลุ่มหลง เราจึงต้องใช้สติเป็นตัวปรับ Q: ถ้าตั้งจิตไว้ว่าเมื่อป่วยหนักไม่ต้องรักษา แบบนี้จัดเป็นสัมมาหรือมิจฉาทิฏฐิ?A : การตั้งจิตไว้แบบนี้เป็นสัมมาทิฐิ เป็นการเตรียมกาย แต่เราก็ต้องเตรียมใจด้วย ซึ่งสำคัญมาก อะไรที่เราต้องทำให้ถึง ทำให้แจ้ง ทำให้บรรลุ คือ เราต้องเจริญกุศลธรรม เตรียมสติ สมาธิ ปิติ และอุเบกขาไว้ให้พร้อม เพื่อที่เวลาเราป่วยหนักแล้ว จิตใจของเราจะยังคงตั้งมั่นและอยู่อย่างผาสุกได้ Q: ขอทราบหลักธรรมเมื่อครอบครัวมีปัญหาทางความสัมพันธ์?A : ใช้หลักพรหมวิหาร 4 เจริญเมตตา มุทิตา กรุณา และอุเบกขา ทั้งทางกาย วาจา และใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง จะได้ผล Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
เติมสมาธิให้บารมีเต็ม [6913-7q] 28.03.2026 52minQ: ทำยังไงให้เลิกแฟนจ้าชู้ได้?A : ให้เรามีสตมีปัญญาเห็นเป็นของไม่เที่ยง เห็นเป็นของปฏิกูล ยึดตรงไหนทุกข์ตรงนั้น ให้เราใช้ปัญญาในการถอนลูกศร เจ็บตรงไหนก็ต้องทำแผลตรงนั้นละตรงนั้น และให้ระมัดระวังจิตของเรา อย่าไปคิดร้ายต่อเขา เพราะจะทำให้มีความพยาบาทขุ่นเคืองขึ้นในจิตของเรา ให้เรามีเมตตา ทำจิตใจเราให้ผาสุก Q: สมาธิทำให้เกิดปัญญาใช่หรือไม่ และสมาธิแบบไหนทำให้เกิดปัญญา?A : สมาธิที่จะเกิดปัญญาได้ต้องมีสติสัมปชัญญะและไม่เพลินไปในสมาธินั้น เพราะถ้าเพลินพอใจ ความเพลินความพอใจนั้นคือ “อุปาทาน” จะเป็นมิจฉาสมาธิทันที ให้เราปรับด้วยสติ มีสติและเห็นด้วยปัญญา ให้เห็นว่าสมาธิเป็นของไม่เที่ยง Q: คำว่า “บารมีเต็ม” เป็นอย่างไร แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเต็มแล้ว?A : บารมีคือบุญที่สั่งสมและบ่มเพาะมาจนสุกงอม วิธีสังเกตคือให้ดูที่ "การปล่อยวาง" หากปล่อยวางได้เร็วแสดงว่าอินทรีย์แก่กล้าแล้ว และบารมีจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ จากการเจริญทาน ศีล และภาวนา จากการทำความเพียร ทำความดีของเรา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ศรัทธาคือสารตั้งต้น [6912-7q] 21.03.2026 57minQ: เมื่อเบียดเบียนสำเร็จแล้ว ไปอ้อนวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลให้กระทำสำเร็จอีก จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิหรือไม่?A : ความคิดในการเบียดเบียนเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่แล้ว เราจะดับความเบียดเบียนดับได้ต้องด้วยความกรุณา ส่วนความคิดที่เป็นสัมมาทิฏฐิ มี 2 ขั้นตอน คือ เราต้องแยกแยะให้ได้ว่าอันไหนคือความเบียดเบียน ถ้าเรารู้แล้วเราละไม่ได้ แสดงว่าสัมมาทิฐิของเรายังไม่เต็ม ให้เราวิเคราะห์แยกแยะแล้วนำมาปรับใช้กับชีวิตเรา Q: ปกตูปนิสสยปัจจัยและปัจจัย 24 เป็นมิจฉาทิฏฐิหรือไม่? A : ท่านได้ให้คำตอบไว้แล้ว ทุกอย่างเกิดจากเหตุปัจจัย ไม่มีสัตว์ ตัวตน บุคคล เรา เขา ทุกอย่างเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้นเมื่อมีผัสสะมากระทบใจ เราต้องมีสติสัมปชัญญะ เพื่อที่จะตัดสินใจได้ถูกต้องว่า ไม่ต้องยึดถือสิ่งใด ๆ ให้คิดดี พูดดี ทำดี มีเมตตา Q: เมื่อยังไม่ถูกใจแม้สิ่งนั้นจะถูกต้อง ควรทำอย่างไรให้เกิดปัญญา? A : “ไม่ถูกใจ” ก็คือ มีผัสสะอันไม่น่าพอใจเกิดขึ้น เราต้องมีสติสัมปชัญญะ เห็นผัสสะที่ไม่น่าพอใจ เมื่อเห็นแล้วก็ให้รีบละเสีย ให้เห็นว่าความไม่พอใจความโกรธนั้นเป็นอกุศล เช่นนี้คือเรามีปัญญา Q : สนทนาธรรมอย่างไรให้ได้ธรรม? A : ให้ดูทั้งสองฝั่ง ถ้าความลำบากจะเกิดขึ้นแก่เราและความขัดเคืองใจจะเกิดขึ้นกับเขา เราอย่าพูด หรือถ้าพูดแล้วเราลำบากใจแต่จะทำให้เขาเปลี่ยนแปลงได้ เราควรบอกเขา ให้ถือการบอกที่เปลี่ยนแปลงแล้วเป็นกุศลเป็นสำคัญ Q: Feedback เพื่อนร่วมงานอย่างไร ไม่ให้ใจกระทบกับผัสสะ?A : ให้พิจารณาทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายเขาและฝ่ายเรา หากเขาพอจะเปลี่ยนได้ให้บอกเขา แต่หากเขาเป็นคนบอกยากก็ให้อุเบกขาเสีย ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นไปในทางกุศล เป็นเรื่องสำคัญ พยายามหาวิธีการที่เขาจะรับฟังในจุดที่เขาจะเกิดกุศลได้ Q: การเซ่นสรวงมีผลหรือไม่?A : การเซ่นสรวง หมายถึง การบูชายัญ เป็นการบูชาด้วยสิ่งของและไม่มีผู้รับ ในมุมที่เป็นสัมมาทิฏฐิ คือการตั้งใจบูชาด้วยสิ่งของที่หามาได้ด้วยความบริสุทธิ์สุจริต ขอบูชาด้วยศีล บูชาความดีของท่าน บูชาด้วยคำพูดที่ดีทั้งกาย วาจา ใจ, ในมุมที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ คือ บูชาด้วยสิ่งของแล้วอ้อนวอนขอร้อง โดยไม่ได้เข้าใจถึงเหตุและผล Q: สัมมาทิฏฐิขึ้นอยู่กับกาลเวลาสังคมหรือไม่?A: เป็น “อกาลิโก” คือ ไม่ประกอบด้วยกาล ไม่ว่าเมื่อไหร่กาลไหนก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องถูกผิดจะขึ้นอยู่กับสังคม วัฒนธรรม และกาลเวลา บางอย่างใช้ในสมัยนั้นถูก แต่ใช้ในสมัยนี้อาจจะไม่ถูกก็ได้ เพราะฉะนั้น ถูกผิดกับสัมมาหรือมิจฉา จึงต่างกัน Q: ศรัทธาเป็นสารตั้งต้นของโยนิโสมนสิการใช่หรือไม่?A: ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา เมื่อเราหาทางออกของทุกข์ เราจึงศรัทธาในคำสอน ทำให้เราเข้าไปหาเข้าไปนั่งใกล้ ได้ฟังธรรมแล้วคิดใคร่ครวญธรรมด้วยจิตที่เป็นสมาธิ คือโยนิโสมนสิการจนเกิดปัญญา เมื่อเราทำให้มากให้บ่อย ก็จะพัฒนาได้ Q: เห็นคนเจอเหตุการณ์ไม่ดี ควรวางจิตอย่างไร?A: เราก็ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศล สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน ความตายไม่เที่ยง ตั้งตนอยู่ในกุศลธรรม Q: อยู่กับคนไม่มีศีลห้า ควรปรับตัวอย่างไร?A: เราไม่ควรผิดศีลตามเขา ให้เราตั้งสติมีความอดทนหรือเปลี่ยนคนนั้นให้เป็นคนมีศีล Q: จะทราบได้อย่างไรว่าอินทรีย์แก่กล้าแล้ว?A: อินทรีย์แก่กล้าดูที่ถ้ามีผัสสะมากระทบแล้วเราละได้ อุเบกขาได้ รวดเร็วเท่ากับกระทะร้อนที่ถูกหยดน้ำแล้วระเหยไปได้อย่างรวดเร็ว นี่คืออินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศ Q: ถ้าประโยชน์ของเราไปขัดกับผู้อื่น ควรทำอย่างไร?A : ควรเอาประโยชน์สูงสุดโดยเอาประโยชน์ 3 อย่าง 2 นัยยะมาพิจารณา จะทำให้เราตัดสินใจได้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรเว้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมยังประโยชน์ [6911-7q] 14.03.2026 57minQ: จิตที่ฝึกหัดดีแล้วย่อมมีประโยชน์ยิ่งใหญ่หมายถึงอะไร และมีที่มาอย่างไร?A : “จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมมีประโยชน์ใหญ่” เป็นภาษิตที่เป็นคำกล่าว แล้วก็แต่งขึ้นมา อาจจะเป็นคำที่ท่านอุทานออกมาบ้างหรือเป็นสาวกภาษิตบ้าง แต่ถ้าตามพุทธพจน์คือ “จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้” หมายถึง จิตที่อบรมดีแล้ว จะละราคะทำนิพพานให้แจ้งได้ จึงเป็นประโยชน์ใหญ่ “จิต” เป็นประภัสสรนั้น สามารถแทรกซึม เปลี่ยนแปลงตามที่มันซึมซาบไปได้ คล้อยไปตามผัสสะ ทำให้มีอาสวะสะสม เราจึงต้องฝึกสติ เพื่อไม่ให้จิตคล้อยไปตามผัสสะ ตามขันธ์ 5 เมื่อฝึกสติแล้วก็ต้องทำสมาธิ พอเข้าสมาธิก็ต้องเห็นจิตโดยความเป็นของไม่เที่ยง แล้ววางความยึดถือในจิตนั้น จิตไม่ใช่ของเรา ถ้าเราเห็นได้ว่าจิตไม่ใช่ของเรา คือจะถึงสภาวะที่ไม่มีเงือนไข ปัจจัย คือนิพพาน เพราะฉะนั้น นิโรธมี 2 ฝั่ง คือฝั่งที่เหนือสมมุติกับฝั่งที่ยังสมมุติอยู่ แต่ก็เรียกว่านิโรธเหมือนกัน นิพพานเหมือนกัน Q: วิถีฝึกจิตสำหรับปุถุชนA : เราต้องฝึกสติก่อนเพื่อที่จะแยกแยะ สิ่งที่เข้ามาในช่องทางใจ เราต้องแยกแยะได้ ว่าสิ่งไหนเป็นกุศลเข้าได้ อกุศลห้ามเข้า เมื่อมีสติ สมาธิ จิตเป็นอารมณ์อันเดียวมันก็จะรักษาจิตของเราไม่ให้สะดุ้งสะเทือนไปกับการเปลี่ยนแปลงของขันธ์ 5 เมื่อไม่สะดุ้งสะเทือนก็จะระงับอยู่ในภายใน มีปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่อไป Q: คนที่คอรัปชั่นจนมีผลแก่ชีวิตผู้อื่น จะตกนรกขุมไหน?A : ไม่แน่ ถ้าปัจจัยเงื่อนไขในการทำอาสวะนั้นเปลี่ยนไป เช่น ท่านองคุลีมาลหรือพระเจ้าอาชาตศัตรูทำความดีเอาน้ำคือบุญ ล้างความเค็มคือความบาป เมื่อเจอให้น้อมว่าไม่ทำตามเขา ไม่พยาบาท วางอุเบกขา เป็นกัลยาณมิตร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ปัญญาในเวทนาเพื่อตัดอวิชชา [6910-7q] 07.03.2026 57minQ: ทำไมสิ่งที่เป็น “อนัตตา” เราจึงเข้าใจว่าเป็น “อัตตา” และเราจะปล่อยวางมันได้อย่างไร?A : การที่เราเผลอยึดสิ่งที่เป็นอนัตตาว่าเป็นตัวตนนั้น เกิดจากอวิชชาและตัณหาทำงานคู่กัน เมื่อเรามีเวทนา แล้วเราเข้าไปเพลิดเพลินพอใจ จิตจะเกิดอุปาทานความยึดถือและจิตจะเศร้าหมอง วิธีปล่อยวางคือการใช้ "ปัญญา" เข้าไปพิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยง เมื่อเราไม่เพลินไปกับเวทนาที่มากระทบนั้น ตัณหาและอุปาทานก็จะดับลงQ: ถ่ายรูปกับพระอย่างไรไม่ให้ผิดพระวินัยA : พระวินัยท่านแบ่งไว้เป็น 2 อย่างคือ “ที่ลับหูแต่ไม่ลับตา” คือ มองเห็นอยู่แต่ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน, “ที่ลับตาและลับหู” คือ มองไม่เห็นไม่รู้ว่าทำอะไรกัน อยู่ในที่ลับหูจะมีคนมาครหาได้ แต่หากเวลาถ่ายรูป มีคนอื่นอยู่ด้วยไม่ผิดพระวินัยQ: เวลาใส่บาตรพระควรจะใส่หรือถอดรองเท้าหรือไม่?A : ตามพระวินัยไม่ได้บังคับให้ฆราวาสต้องถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร แต่ตามธรรมเนียมไทยนิยมถอดเพื่อแสดงความเคารพและไม่ให้ยืนสูงกว่าพระสงฆ์ สำหรับการแสดงธรรมท่านจะไม่ให้พระสงฆ์แสดงธรรมต่อฆราวาสผู้สวมรองเท้า ผู้ที่ใส่หมวก ผู้ที่ยืน หรือผู้ที่ถืออาวุธ แต่ในปัจจุบันอาจจจะมีข้อยกเว้นทางสังคมบางอย่าง เช่น การสวมเครื่องแบบเต็มยศเพื่อความเคารพสูงสุด ซึ่งอาจต้องพิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสมQ: 84000 มีความหมายอย่างไร?A : เป็นสัญลักษณ์หรือตัวเลขที่ใช้เปรียบเพื่อแสดงถึง "จำนวนที่มากมายมหาศาล"Q: มีอาการป่วยเป็นพาร์กินสันแล้วรับประทานยาซึ่งมีผลข้างเคียงต่อสติการตัดสินใจ มีธรรมะข้อใดนำมาปรับได้บ้าง?A : เรายิ่งต้องฝึกสติสัมปชัญญะและความเพียรให้เพิ่มมากขึ้น เราต้องเห็นด้วยปัญญา พอเราเห็นความไม่เที่ยง ปัญญาเราจะเพิ่ม ยิ่งคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ยิ่งปฏิบัติธรรมดี Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
เข้าใจโลกเข้าใจรัก [6909-7q] 28.02.2026 57minQ: ธรรมใดที่เป็นเหตุให้ ไม่เร่ร่อนท่องเที่ยวไป เกิดแล้วเกิดอีก เจอทุกข์แล้วเจอทุกข์อีก วนไป?A: ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุติ เอาข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ เพราะจะดึงข้ออื่น ๆ ตามมาโดยอัตโนมัติ อาจจะสรุปเหลือแค่สมถะวิปัสสนา หรือเหลือแค่สติก็ทำให้พ้นทุกข์ได้ ประเด็น คือ ไม่ใช่มากหรือน้อย แต่อยู่ที่ทำได้ดับทุกข์ได้Q: โลกเที่ยง หรือ ไม่เที่ยง?A : โลกถ้าเป็นคำของปริพาชก ท่านหมายเอาพรหมโลกกับมนุษยโลก ซึ่งเชื่อว่าพรหมโลกเที่ยง แต่มนุษยโลกไม่เที่ยง ส่วนโลกตามความหมายของพระพุทธเจ้านั้น ท่านหมายถึง 4 นัยยะนี้ คือ นัยยะที่1 กายคือโลก นัยยะที่2 อายตนะภายในภายนอกคือโลก นัยยะที่3 โลกเป็นสภาวะใดสภาวะหนึ่ง เช่น มนุษย์โลก พรหมโลก นัยยะที่4 โลกในนัยยะของระบบสุริยะ ท่านกล่าวว่าอะไรๆ ก็ไม่เที่ยงทั้งนั้นQ: ต้นกำเนิดโลกในปาฏิกสูตรหมายถึงอะไร?A: ต้นกำเนิดของโลกเกิดจากพรหมเป็นผู้สร้าง ให้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น พระพุทธเจ้าท่านจึงเล่าให้ฟังว่า เมื่อจักรวาลกำลังขยายตัว ทำให้มีภพใหม่ๆ เกิดขึ้น เมื่อมีพรหมโลกเกิดขึ้น มีมหาพรหมองค์แรกเกิดขึ้น อยู่มานาน จึงคิดว่าน่าจะมีคนมาอยู่ด้วย พอมีคนมาเกิดใหม่ จึงคิดว่าตนเป็นคนสร้าง ทั้งๆ ที่เขาเกิดมาเอง พอจุติจากชั้นพรหม มาอุบัติเป็นมนุษย์ ระลึกชาติได้ รู้ว่าเคยอยู่กับพรหมองค์นั้น จึงคิดว่าพรหมนั้นเที่ยง เพราะระลึกชาติได้แค่นั้นQ: โลกอะไรที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ในโรหิตัสสสูตร 10A: พูดถึงกายของเราว่าคือ โลก เพราะเวลาที่เราจะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ภายนอก ก็อาศัยกายของเราQ: พ่อแม่ป่วย ให้ทานยายาก ทำอย่างไรดี?A: ในการแนะนำถ้าคนป่วยมีปัญญาให้เตือนเพื่อระลึกถึงโสตาปัตติยังคะ 4 ส่วนในผู้ที่ยังไม่มีปัญญาควรให้กำลังใจดูแลห่วงใย ทำหน้าที่ของลูก อดทน เมตตา รับภาระ ใช้โอกาสนี้ให้ดีจะไม่เสียใจ และปรึกษากัลยาณมิตรQ: ความแตกต่างระหว่างวิปัสสนากับวิปัสสนาญาณA: ญาณไปประกอบกับอะไร หมายถึง ความรู้ในเรื่องนั้น มาในทางปัญญา วิปัสสนา คือ การเห็นตามจริง เป็นเรื่องของคำศัพท์Q: ระหว่างนั่งสมาธิควรฟังธรรมหรือทำแยกกันไปA: ควรฝึกให้ได้ทั้งสองแบบ อยู่ที่วัตถุประสงค์Q: มโนมยิทธิคืออะไรA: มโนมยิทธิ คือฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยใจยังเกี่ยวเนื่องกับโลก การเห็นองค์ปฐมนั่นอาจเป็นนิมิตของครูอาจารย์นั้น ๆ ส่วนพระพุทธเจ้านั้นยังอยู่ เพราะพระธรรมคำสอนยังอยู่เป็นศาสดาแทนQ: ต้องการพ้นทุกข์จากอกหักควรทำอย่างไร?A: ก็ต้องละฉันทะราคะในผู้หญิงคนนั้น ตั้งสติ พิจารณาความเป็นอสุภะ กรีดมีด คือ ปัญญาลงไปที่แผลรีดเอาหนองออกใส่ยา คือ มรรค 8 ไม่กินของแสลงดูแลแผลให้ดี เจ็บนี้จะจบได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ปัญญาเพื่อโลกุตรธรรม [6908-7q] 21.02.2026 55minQ: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้นตรงไหน?A: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรียกรวมว่า “ไตรลักษณ์” เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่าง คือ สิ่งที่เป็นสมมุติทั้งหมด เรียกว่า “สังขตธรรม” คือธรรมอันเป็นเครื่องปรุงแต่ง ด้วยเหตุ เงื่อนไข ปัจจัย ลักษณะของสังขตธรรม คือ มีการเกิดปรากฏ มีความเสื่อมปรากฏ เมื่อตั้งอยู่มีภาวะอื่นปรากฏและขันธ์ 5 ก็เป็นสังขตธรรมด้วย เมื่อเรามีการรับรู้ผ่านอายตนะทั้ง 6 แล้ว เรามีความเพลิน ความ พอใจ แล้วเราไปยึดถือ ในความเพลินความพอใจนั้น ก็จะมีความเป็นตัวตน (อัตตา) เกิดขึ้น คิดว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นไปตลอด (นิจจัง) คิดว่าทำให้เราสุขไปตลอด (สุขขัง) จะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ทำให้เราเข้าใจว่า สิ่งที่สุขนั้น มัน “เที่ยง” ด้วยความเข้าใจผิดของเรา ทำให้เราไม่เห็น ทำให้เราเข้าใจว่าเป็น นิจจัง สุขขัง อัตตา ในสิ่งที่เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะอวิชชา บังไว้ เพราะฉะนั้น เราจะเข้าใจ จะรู้ว่าเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาได้ ก็ต้องเกิดตรงที่ไม่รู้ เราจะเห็น ก็ต้องเห็นตรงที่เรายึดถืออยู่ Q: จะเห็นปัญญาแท้จริงได้ในสิ่งที่เรายึดถือ เราจะเห็นได้อย่างไรหรือใครเป็นผู้เห็น?A: เราจะเห็นสิ่งที่เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ด้วยปัญญา ด้วยการภาวนามยปัญญา / การพิจารณาสิ่งที่เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ เห็นไปตามจริง ในสิ่งที่เรายึดถือ ว่า อะไรก็ตามที่อาศัยเหตุ เงื่อนไข ปัจจัย แล้วเกิดขึ้น ถ้าเหตุ เงื่อนไข ปัจจัย เปลี่ยนแปลงไป มันก็จะเปลี่ยนตาม เป็นธรรมดา จะขอให้คงอยู่อย่างเดิมไม่ได้ / การที่เราจะเห็นได้ เราก็ต้องเห็นตรงที่เรายึดถือ ในการภาวนานั้น เราต้องมีศีลเป็นพื้นฐาน ให้เราตั้งสติขึ้น มีสมาธิ ทำความเพียร อาศัยการฟังอยู่ (สุตตมยปัญญา) การใคร่ครวญ (จินตมยปัญญา) เป็นประจำ มีศรัทธา ประคับประคอง ลักษณะเช่นนี้คือ มีอินทรีย์ 5 มีพละ5 คือ มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ผลักดันกันทำให้เกิดปัญญา เราต้องทำตาม มรรค 8 เพื่อปัญญาที่เป็น “โลกุตรปัญญา” เกิดขึ้น เราจึงจะเห็นสิ่งที่เป็นนิจจังว่าเป็นนิจจัง จึงจะเห็นสิ่งที่เป็นสุขขังว่าเป็นทุกขัง จึงจะเห็นสิ่งที่เป็นอัตตาว่าเป็นอนัตตา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
อุปาทานขันธ์ 5 [6907-7q] 14.02.2026 54minQ: นอกจากมีอริยมรรคมีองค์ 8 เป็นกัลยาณมิตรแล้ว สามารถที่จะเอาญาติธรรมมาเป็นกัลยาณมิตรได้อีกหรือไม่?A: กัลยาณมิตร 4 ประการ ได้แก่ 1) มรรค 8 2) คฤหัสถ์/ฆราวาส ที่มีคุณธรรม 4 ประกอบด้วยศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา 3) นักบวช/พระสงฆ์ ให้ดู 4 อย่าง คือ ดูที่ศีลจากการที่อยู่ร่วมกัน, ดูที่ความสะอาด, การพูดทั้งต่อหน้าและลับหลัง, ดูที่สมาธิ คือเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นแล้ว จะตกใจกลัวอารมณ์เสียหรือไม่ ดูที่ปัญญาว่าตอนอธิบาย สามารถชี้แจงได้ละเอียดหรือไม่ 4) พระพุทธเจ้า คือเอาพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร หากเราไม่มีใครเป็นกัลยาณมิตร ให้เราเอาพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร Q: อธิบายเรื่องขันธ์ 5 ใน 7 ประการ | ขันธ์แต่ละอย่างคืออะไร?A: ขันธ์ (กอง) 5 ได้แก่ 1) รูปขันธ์ ได้แก่ธาตุสี่ 2) เวททนาขันธ์ คือความรู้สึกสุข ทุกข์ อทุกขมสุข 3) สัญญาขันธ์ คือความหมายรู้ 4) สังขารขันธ์ คือการปรุงแต่งรูปอย่างหนึ่ง ให้สำเร็จรูปออกมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงรูปอย่างเดียว แต่เป็นการปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ 5) วิญญาณขันธ์ คือการรู้แจ้ง “อุปมาขันธ์ 5” รูป เปรียบดังฟองน้ำ, เวทนา เปรียบดังฟองน้ำก้อนใหญ่ๆ, สัญญา เปรียบดังพยับแดด, สังขาร เปรียบดังแก่นของต้นกล้วย, วิญญาณเปรียบดัง มายากล ไม่ใช่ของจริง และ “สิ่งที่เราต้องรู้ในขันธ์ 5” ทั้ง 7 ประการ คือ รู้ตัวมัน รู้เหตุเกิด รู้ความดับ รู้วิธีที่จะปฏิบัติให้ถึงความดับ รู้รสอร่อย รู้โทษอันต่ำทรามและรู้อุบายเครื่องสลัดออก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
จากปัญหาสู่ปัญญา [6906-7q] 07.02.2026 56minQ: ธรรมะกับการเลือกตั้งA: เลือกคนดี เครื่องหมายของคนดี คือ ”การกระทำทางกาย” ไม่ผิดศีล ไม่ซื้อเสียง “การคิด” ไม่คิดเบียดเบียน ไม่พยาบาท “การพูด” มีสัมมาวาจา ให้คนดีมีอำนาจQ: ขุมทรัพย์แห่งใจ จุดแสงแห่งปัญญาA : ปัญญา 3 อย่าง คือ1) ปัญญาที่เกิดจากศรัทธา2) ปัญญาที่เกิดจากสมาธิ มีส่วนที่เกิดจากการฟัง ทั้งส่วนมิจฉาและสัมมาแล้วนำมาพิจารณาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง เป็นส่วนของจินตมยปัญญา3) ปัญญาที่เกิดจากญาณ คือการรู้ เป็นส่วนของภาวนามยปัญญา ทั้งหมดนี้จะเกิดได้ต้องมีอินทรีย์ 5 และส่วนที่จะทำให้หลุดออกนอกมรรค 8 คือมนต์เครื่องกลับใจ 12 อย่าง สิ่งที่ควรทำสิ่งที่ควรเว้น, มุมมองคู่ตรงข้ามไม่ควรทำ, 10 ประการที่เข้าใจผิดและทิฎฐิ 62 Q: เปลี่ยนมุมมองต่อปัญหาให้กลายเป็นปัญญาในกรณีคุณแม่จากไปA: เอาประโยชน์ 3 อย่าง มาพิจารณาก่อนที่เราจะเริ่มคิด ให้เราตั้งศรัทธาไว้ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ความผาสุกเกิดขึ้นกับชีวิตเราได้ให้เชื่ออย่างนี้ ด้วยการปฏิบัติตามมรรค 8 ด้วยการลงมือทำ ทำสิ่งที่ควรทำเว้นสิ่งที่ควรเว้น เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ไม่คิดถึงเรื่องที่ผิดพลาดไปแล้ว แต่เรียนรู้จากประสบการณ์ สิ่งที่ควรทำคือระลึกถึงความดีของท่าน ทำบุญให้ท่าน ให้อภัยตัวเองและผู้อื่นที่ช่วยคุณแม่ทุกคน ถ้าเราไม่ทำตามสิ่งที่ควรทำควรเว้น ปัญญาญาณจะไม่เกิด ความผาสุกจะไม่มา เมื่อเราลงมือทำกุศล อกุศลจะปรับไป ปรับมา จนกระทั่งลงตัว กระบวนการนี้เป็นภาวนามยปัญญา จนเว้นได้แล้วที่จะไม่คิดไม่ดีต่อตัวเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ธรรมทาน ทำธรรมให้เห็น [6905-7q] 31.01.2026 57minQ: ทานในอนุปุพพิกถาเป็นทานประเภทไหน?A: อามิสทาน/เป็นลักษณะการสละออก ทานโดยใช้สิ่งของภายนอก ทั้งนี้ เราทำอะไรทางกาย ก็มีผลทางใจด้วย เพราะกาย วาจา ใจ มันเกี่ยวเนื่องกัน เราสละสิ่งที่เป็นอามิส กิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ก็จะลดลงด้วยQ: อภัยทานกับอโหสิกรรม เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?A: ในความหมายของภาษาไทยนั้นนำมาใช้แทนกันได้ โดย อโหสิกรรม จะมีอุเบกขา นำ เน้นมาในทางไม่ผูกเวรต่อ อภัยทานมีเมตตากรุณานำ โดยทั้ง 2 อย่างนั้น สำคัญที่ใจต้องไม่ผูกโกรธQ: บุญที่เกิดจากอภัยทานกับธรรมทาน เหมือนหรือต่างจากบุญที่เกิดจากอามิสทานอย่างไร?A: การให้ทานล้วนเป็นบุญทั้งสิ้น จะเหมือนหรือแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้สิ่งไหน อยู่ที่ผู้ทำและผู้รับด้วยQ: อดทนต่อคำด่า ไม่โต้ตอบแล้วทำให้คนที่ด่าโกรธมากขึ้น จะเป็นการเพิ่มอกุศลกรรมให้กับคนที่ด่าหรือไม่ ควรทำอย่างไร?A: สิ่งที่ควรทำ คือ อดทน ไม่โต้ตอบ ทำด้วยเจตนาที่ดี/คนไม่ดี พอเห็นความดีแล้วไม่พอใจ ก็เป็นธรรมดา ด้วยอำนาจโมหะเขาจึงโกรธมากขึ้น จะสุขหรือทุกข์เป็นผลที่เกิดจากโมหะของเขาเองQ: ลักษณะของวาจาด่าทอว่าร้าย 5 คู่A: 1) ว่าด้วยเรื่องที่จริง-ไม่จริง 2) เป็นประโยชน์-ไม่เป็นประโยชน์ 3) คำอ่อนหวาน-คำหยาบคาย 4) จิตมีโทสะ-จิตมีเมตตา และ 5) ถูกเวลา-ไม่ถูกเวลาQ: เพราะอยากดังจึงกล่าวเท็จทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องไม่จริง บาปมากน้อยอย่างไร?A: เขาจะพูดอย่างไร เป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องรักษาตนเอง โดยให้มีเมตตา กรุณา อุเบกขา ให้เขามากขึ้นQ: อุปกิเลส 16 ประการA: ตามนัยยะของ อุปมาว่าด้วยผ้า ”วัตถูปมสูตร” จิตจะมีเครื่องเศร้าหมอง 16 อย่าง คือ 1) โลภ เพ่งเล็งอยากได้ 2) พยาบาท 3) โกรธ 4) ผูกโกรธ 5) ลบหลู่คุณท่าน 6) ตีเสมอ 7) ริษยา 8) ตระหนี่ 9) มารยา 10) โอ้อวด 11) หัวดื้อ 12) แข่งดี 13) มานะ 14) ดูหมิ่น 15) มัวเมา 16)ประมาท Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ธรรมะรับอรุณ Live : ตอบคำถามร่วมจุดแสงแห่งปัญญา [6904-7q_Live] 25.01.2026 59minธรรมะรับอรุณ Live : วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 เป็นการตอบคำถามสดประจำปี ปูทางจากศรัทธา สมาธิ สู่ปัญญาQ:สามารถถวายสังฆทานพระที่ผ่านหน้าบ้านได้หรือไม่A:ทานคือการให้ สังฆทานคือการให้โดยไม่เจาะจง ควรตั้งจิตว่าทานนี้ถวายในสงฆ์ทั้งสี่ทิศ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข โดยมีภิกษุรูปนี้เป็นตัวแทน จะได้ทั้งพุทธ ธัม สงฆ์ บุญมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติผู้ให้และผู้รับ เมื่อตั้งจิตแบบนี้จะกว้างขวาง เพราะเราไม่ทราบคุณสมบัติผู้รับQ:อานิสงส์การธุดงควัตรคืออะไรA:มาจากคำว่าธุตงฺค เป็นการขูดเกลากิเลสอย่างยิ่ง สามารถปฏิบัติได้ทุกที่ เป็นประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น และยังทำให้คำสอนนี้ตั้งอยู่ได้นาน Q: วิธีขจัดความกลัวผีทำอย่างไรA:ความกลัวมีสองอย่างคือที่เป็นกุศลและอกุศล ให้ตั้งสติในกุศล พราะผีคือกิเลส ขจัดอวิชชาออกไปQ:การใส่บาตรหน้าบ้านมีผลดีอย่างไรA:การให้ทานรูปแบบไหนดีทั้งนั้น การใส่บาตรคือการให้ชีวิต ต่ออายุ ผู้ให้อายุคือให้ความสุข ย่อมได้รับความสุขกลับคืน และเป็นการละความตระหนี่Q:บุญที่ยกให้คนอื่น บุญเราจะหมดหรือไม่A:ยิ่งให้ยิ่งได้ เป็นอริยทรัพย์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ผาสุกเพราะเข้าใจ [6903-7q] 17.01.2026 57minQ: กรวดน้ำควรทำหรือไม่และมีที่มาอย่างไร? A: บุญสำเร็จได้ที่ใจ สำคัญที่เจตนา ตั้งจิตให้ดี อย่าให้จิตเป็นอกุศล จะมีน้ำหรือไม่มี ก็ไม่เป็นไร Q: ทำไมคนเราจึงโหยหาความรัก ทำอย่างไรจึงจะอยู่ด้วยตนเองได้?A: ธรรมชาติของจิตที่ยังไม่ได้ฝึก มักจะไหลไปตามกระแส วิ่งเข้าหาสุข วิ่งหนีความทุกข์ ที่จิตเป็นอย่างนี้เพราะมีตัณหา พอมีตัณหาจึงมีอุปาทาน ความเพลินความพอใจเกิดตรงนี้ จึงมีคำว่า “รักสุขเกลียดทุกข์” พอเราถูกบีบคั้นกดดันจากตัณหาอวิชชา ก็จะทำให้เราโหยหาความรัก สภาวะแบบนี้เรียกว่าทุกข์สุข แบ่งเป็น “กามสุข” คือ สุขที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอก และ “เนกขัมมะสุข” คือ สุขที่เกิดจากในภายใน เช่น การนั่งสมาธิฯ พอเราแยกสุขที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกและสุขที่เกิดจากในภายในได้ เกิดปัญญา มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา คือมีอินทรีย์ 5 พละ 5 รักตัวเอง ก็จะทำให้เราอยู่ผาสุกได้ แม้จะมีสุขเวทนาหรือทุกขเวทนา เราจะสามารถอยู่เหนือมันได้ Q: ความรักความยึดติดในสิ่งที่รักต่างกัน มีวิธีแก้ไขและช่วยอย่างไร?A: ความยึดติดคืออุปาทาน ที่จำกัดมุมมองเราไว้เพียงจุดเดียว การแก้ไขคือการใช้ปัญญาแยกแยะสัมมาทิฎฐิกับมิจฉาทิฎฐิ เพื่อให้เห็นความจริง ไม่ได้เห็นเพียงแค่ตรงจุดที่ยึดถือ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Populær i
Denne podkasten finnes også i podkast-listene til disse landene.