Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

watpasukato
Држава Тајланд
Језик TH
Епизоде 100
Последња 08.09.2026

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ โดยเนื้อหาจะเป็นคำสอนและธรรมะที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

Епизоде

  • 25690729pm--ทางออกจากทุกข์อยู่ที่ใจ 08.09.2026 42мин
    29 ก.ค. 69 - ทางออกจากทุกข์อยู่ที่ใจ : การภาวนา โดยเฉพาะการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์ 8 ถ้าเราทำให้ครบถ้วน ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา เกิดสัมมาทิฏฐิขึ้น เราก็จะรู้ว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเราเลย ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย ความกระจ่างแจ้งในความจริงเช่นนี้ทำให้ปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่เวลามีมันในครอบครอง ก็ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี น่าพอใจ คือไม่ยึดติดกับมัน พอไม่ยึดติดกับมัน สูญเสียไป ใจก็ไม่ทุกข์ ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการใคร่ครวญและการปฏิบัติ ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงบอกทางเอาไว้แล้ว เรียกว่า เป็นทางออกจากทุกข์ ก็มีอยู่แล้วในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่เราควรจะใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อมาถึงวันนี้ เพราะว่าธรรมบทนี้อย่างที่อาตมาบอก มันคือแผนที่ชีวิต ที่บอกเส้นทางชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนตาย   และยังบอกไม่ใช่ทางที่ต้องจะเจอความทุกข์เสมอไป เพราะทางออกจากทุกข์ก็มีอยู่ แม้ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องป่วย ต้องตาย ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ที่พอใจ แม้ต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รัก ไม่พอใจ แต่ว่าเราทำได้ เจอทุกข์แต่ใจไม่ทุกข์ ถ้าเรารู้จักนำเอาธรรมะที่พระองค์สอนแสดงมาปฏิบัติ 
  • 25690728pm--สงบได้เพราะใจรู้ 07.09.2026 31мин
    28 ก.ค. 69 - สงบได้เพราะใจรู้ : ความสงบ สงบเพราะรู้ รู้ทันความคิดและอารมณ์ ไม่ใช่สงบเพราะไม่รู้ หรือสงบเพราะตัดการรับรู้ และถ้ารู้ทันความคิดและอารมณ์ ต่อไปก็พร้อมจะรับรู้เสียง รูป รสที่เกิดขึ้น ไม่ต้องตัดมัน เพราะว่าแม้จะได้ยินเสียงใจก็ไม่ทุกข์ มันก็ช่วยทำให้เราสามารถที่จะพบความสงบได้ แม้กลับไปบ้าน แม้ไปที่ทำงาน แม้อยู่ในเมือง อยู่ในตลาด ใจก็สงบได้ เสียงที่มากระทบหูก็ไม่ทำให้ใจเป็นทุกข์ ไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอยู่ในห้องพระ ปิดประตูหน้าต่าง เปิดแอร์ จึงจะสงบได้ อยู่ท่ามกลางผู้คน ทำงานทำการ ใจก็สงบ อันนี้คือสงบเบื้องต้นที่จะพึงได้จากการปฏิบัติ ต่อไปก็จะสงบไม่ใช่เพราะสติ แต่สงบเพราะปัญญา ซึ่งอันนั้นก็เป็นอีกขั้นหนึ่งของการเข้าถึงความสงบในพุทธศาสนา 
  • 25690727pm--สิ่งที่ต้องระวังเมื่อเจอความไม่ถูกต้อง 06.09.2026 31мин
    27 ก.ค. 69 - สิ่งที่ต้องระวังเมื่อเจอความไม่ถูกต้อง : ผู้ที่ใฝ่ธรรมเวลาเจอคนไม่ดีจึงต้องระวัง ไม่ใช่ระวังอะไรแต่ระวังใจเราว่า ความโกรธความเกลียดที่เกิดขึ้นจะดึงเอาความชั่วร้ายในใจเราออกมา ทำให้เรากลายเป็นอีกคนเหมือนกับถูกผีเข้าสิง หรือมิฉะนั้นมันก็จะคอยเป็นตัวดูดซับเอาความไม่ดีของคนอื่นมาไว้ในตัวเรา เราเกลียดเขาอย่างไรเราก็เป็นอย่างนั้น อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า 
  • 25690726pm--ชีวิตดีเพราะมีตัวช่วย 05.09.2026 32мин
    26 ก.ค. 69 - ชีวิตดีเพราะมีตัวช่วย : บางทีต้องรู้จักหาตัวช่วยอย่างอื่นด้วย เช่น บางทีตั้งใจว่าจะทำแต่ว่าลืม ลืมเพราะว่าไม่ใช่เป็นนิสัยความเคยชิน แล้วก็มีอะไรที่ชวนให้หลงให้ลืมอยู่บ่อย ๆ ก็ต้องเอาการปฏิบัติไปผูกติดอยู่กับสิ่งที่เราทำเป็นประจำ เช่น ทุกวันเรากินข้าว อาบน้ำ ล้างจานทุกวัน ก็เอาการภาวนาหรือการปฏิบัติไปผูกติดอยู่กับสิ่งที่เราทำทุกวัน พอเรากินข้าวเสร็จแล้ว ก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องปฏิบัติแล้ว หรือก่อนจะกินข้าว ตื่นนอนขึ้นมา ล้างหน้าเสร็จแล้วก็ปฏิบัติเลย เพราะว่าเราจำได้ว่าอาบน้ำเสร็จ ต้องภาวนา ต้องปฏิบัติ แล้วต้องฉลาดในการหาตัวช่วยอย่างอื่นด้วย คนที่ชอบฟุ้งซ่าน ใจลอย บางทีก็ต้องรู้จักเอาปัจจัยภายนอกมาเป็นตัวช่วย ตัวเตือนสติ เช่น ไฟแดง ขับรถหลายคนไม่ชอบไฟแดง สัญญาณไฟแดง เจอสัญญาณไฟแดงทีไร หงุดหงิดทุกทีเพราะต้องหยุด แต่ถ้าเราลองเอาสัญญาณไฟแดงไปเป็นเครื่องเตือนใจว่า เอ้า ได้เวลาหยุดแล้ว หยุดฟุ้งซ่าน เห็นไฟแดงเมื่อไหร่ ก็คือเตือนสติให้หยุดฟุ้งซ่าน หยุดคิด กลับมาอยู่กับลมหายใจ อันนี้ก็เรียกว่าเป็นการหาตัวช่วย 
  • 25690724pm--ใช้ชีวิตแบบคิดเผื่อเสมอ 04.09.2026 31мин
    24 ก.ค. 69 - ใช้ชีวิตแบบคิดเผื่อเสมอ : ชีวิตของคนสมัยใหม่ก็เป็นชีวิตที่เผื่อหลายอย่าง แต่ว่าหลายคนลืมเผื่อความตาย หรือความพลัดพรากสูญเสีย ซึ่งไม่ได้หมายถึงความตายของตัวเองหรือของคนที่เรารัก แต่คือความพลัดพราก สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ของรัก เผื่อไว้บ้างก็ดี เงินทองที่มีอยู่ในธนาคารอาจจะโดนกวาดไปเกลี้ยงเพราะพวกสแกมเมอร์มาเอาไป อย่างน้อยก็เผื่อใจไว้ แต่ถ้าทำได้มากกว่านั้นคือ นอกจากเผื่อใจไว้ก็ลงมือทำด้วย เช่น เผื่อใจว่าคนที่เรารักอาจจะจากไปวันนี้วันพรุ่งหรือว่าในเร็วๆนี้ อันนี้เผื่อใจ เรียกว่าทำจิต แล้วก็นำไปสู่การทำกิจก็คือว่า ปฏิบัติต่อเขาให้ดีที่สุด ฉะนั้นถ้าเราคิดเผื่อแบบนี้ แล้วขยายจากการทำจิตไปเป็นการทำกิจ ก็จะไม่มีอะไรให้ตนเองเศร้าเสียใจหากว่าเหตุร้ายเกิดขึ้น ถ้าคนเราเผื่อไว้เสมอมันจะไม่ลืมตัว เวลาไปประชุม หรือว่าไปเข้าตึกไหน หรือว่าไปสังสรรค์ ก็มองหาป้ายทางออกฉุกเฉินไว้บ้าง เผื่อไว้ เผื่อไฟไหม้จะได้หนีออกได้ทัน หรือเผื่อแผ่นดินไหวก็จะได้รู้ว่า จะวิ่งหนีไปทางไหน เรียกว่าใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท แต่อย่าให้ถึงกับประสาท ประสาทนี่ก็ไม่ดี   ไม่ประมาทแต่อย่าถึงกับประสาท ถ้าเราเผื่อเอาไว้อย่างนี้เสมอ เราก็จะเป็นชีวิตที่ตื่นรู้ เตรียมพร้อมอยู่เสมอ และสิ่งที่ควรทำเราก็จะได้ทำ ไม่ปล่อยให้ค้างคาหรือบกพร่อง โดยเฉพาะการทำจิต ฝึกจิตฝึกใจ การทำหน้าที่ ทำความดีต่อคนที่เรารัก 
  • 25690723pm--สิ่งที่ผู้ใฝ่ธรรมพึงได้ 03.09.2026 30мин
    23 ก.ค. 69 - สิ่งที่ผู้ใฝ่ธรรมพึงได้ : ยิ่งมันคิดเราก็ยิ่งรู้ ถ้าไม่คิดเราก็ไม่รู้ รู้อะไร รู้ทันความคิด แล้วถ้าเห็นความคิดบ่อยๆ ก็จะได้รู้สัจธรรมของความคิด สัจธรรมที่ว่าคือความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน หรือไตรลักษณ์ ความคิดฟุ้งซ่านแสดงไตรลักษณ์ให้เราเห็น อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นไหม และเรามองเห็นได้ถ้าหากว่าเรารู้จักใคร่ครวญ ไม่ใช่คิดแต่จะจ้องเอาความสงบ เอาสีเอาแสง ของบางอย่างมันเกิดขึ้น แต่เราไม่เห็น ไม่ใช่ไม่มี แต่ว่าเราไม่มองมัน ไม่ใส่ใจมัน เพราะเราคิดแต่จะเอาความสงบ ทั้งที่การได้เรียนรู้ก็เกิดขึ้นกับเราแล้ว ถ้านักภาวนาเน้นเรื่องการใฝ่รู้ ใฝ่เรียนรู้ มันยิ่งฟุ้งมันยิ่งคิด มันยิ่งได้รู้ รู้ทันความคิดซึ่งทำให้สติเติบโตได้เร็ว ยิ่งคิดก็ยิ่งได้สติ เพราะว่าสติมีแบบฝึกหัด   จะระลึกได้ก็ต้องหลงหรือลืมก่อน ถ้าเราไม่หลงหรือไม่ลืม เราจะระลึกได้อย่างไร ระลึกได้ก็คือหน้าที่ของสติ จะจำได้ก็ต้องหลงก่อนหรือลืมก่อน จะรู้ตัวก็ต้องลืมตัวก่อน ฉะนั้นการลืมตัวก็ดี การหลงลืมก็ดี ก็เป็นข้อดีทำให้จิตได้พัฒนา มีสติรวดเร็วว่องไว มีความสามารถในการรู้ทันความคิดและอารมณ์ ซึ่งมีคุณค่ามาก 
  • 25690714pm--ธรรมะอยู่ฟากตาย 02.09.2026 29мин
    14 ก.ค. 69 - ธรรมะอยู่ฟากตาย : คนเราถ้ารู้จักตระหนักว่าร่างกายไม่ใช่ของเรา ชีวิตไม่ใช่ของเรา อย่างน้อยร่างกายก็ต้องคืนให้กับธรรมชาติไปเมื่อถึงเวลา แต่พอไม่คืนเข้า ก็เลยเกิดความทุกข์ พยายามต่อสู้ขัดขืนกับความตาย พยายามไม่ยอมคืนร่างกายให้กับเจ้าของที่แท้คือธรรมชาติ ที่จริงความตายนี่มาเตือนเราว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย หลวงปู่มั่นท่านพูดไว้ดี ธรรมะนี่อยู่ฝากตาย หลวงปู่ดู่ พรหมปญโญ ก็พูดเหมือนกัน นิพพานอยู่ฝากตาย ในแง่หนึ่งก็หมายความว่า เวลาปฏิบัติธรรมก็ต้องพร้อมตาย หรือพร้อมที่จะมอบกายถวายชีวิต ไม่ว่าจะเดินธุดงค์ ไม่ว่าจะปฏิบัติอะไรก็ต้องพร้อมตายทุกเมื่อ ก็คือเจริญมรณสติอยู่เสมอ แต่ว่าความหมายที่ว่าธรรมะอยู่ฝากตายยังมีความหมายที่ลึกซึ้ง ก็หมายความว่า เราจะพบธรรมะก็ในฝากของความตาย หรือในยามที่ประสบความทุกข์ ความทุกข์หรือว่าฝากตายก็คือแรงที่อุดมไปด้วยธรรมะ เราจะเข้าใจธรรมะได้นี่ก็ต้องค้นหาจากความทุกข์ยาก หรือแม้กระทั่งในยามที่กำลังจะตาย ถ้าเราเข้าใจว่าธรรมะอยู่ฝากตายก็อาจจะทำใจได้ เวลาเดินธุดงค์แล้วปรากฎว่าถูกช้างเหยียบ ถูกเสือกัดตาย หรือว่ากลับมาแล้วโดนรถชนตาย เพราะว่าเมื่อจะปฏิบัติธรรมทั้งที่ก็ต้องพร้อมที่จะมอบกายถวายชีวิต พร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ แต่ในขณะเดียวกันถ้ายังไม่ตายก็ต้องรู้ว่า ในความทุกข์หรือที่โบราณเรียกว่าฝากตาย คือโอกาสที่เราจะพบธรรม งั้นถ้าหากต้องการที่จะเข้าถึงธรรม ต้องไม่กลัวความทุกข์ ไม่กลัวความตาย และที่จริงก็เป็นอย่างนั้น เพราะว่าพอถ้าหากเราไม่เห็นธรรมในเวลาปกติ พอใกล้ตายก็จะเห็นธรรมขึ้นมา   อย่างที่พระอรหันต์หลายท่านได้บรรลุธรรมตอนจะใกล้ตาย เพราะความตายสอนให้ท่านรู้ว่า ร่างกายไม่ใช่ของเราเลย ถึงเวลาที่ร่างกายจะคืนสู่ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือคืนสู่ธรรมชาติก็ต้องยอม เพราะถ้าไปยึดว่าเป็นของกู ของกู ไม่ยอมให้ ไม่ยอมคืนให้กับเจ้าของที่แท้ก็จะทุกข์ทรมาน แต่ถ้าคืนให้กับเจ้าของที่แท้คือธรรมชาติ ก็อาจจะพบกับนิพพานได้ หรือถึงไม่พบกับนิพพานก็จะพบว่า พบธรรมที่ทำให้จิตใจสุขสงบ   ฉะนั้นเวลาเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นมา ให้เราอย่าไปหวั่นไหวว่าทำไมทำบุญ ทำไมปฏิบัติธรรม ถึงต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะว่าถ้าเราวางใจเป็น นอกจากเราจะพร้อมรับความตายทุกเมื่อ เรายังพบว่าท่ามกลางความตายนั้นก็มีธรรมะให้เราได้เรียนรู้ หรือสามารถจะเข้าถึงได้ เพราะธรรมะก็อย่างที่หลวงปู่มั่นท่านว่าอยู่ฝากตาย 
  • 25690713pm--ฝึกตนให้สงบเย็น เป็นประโยชน์ 01.09.2026 30мин
    13 ก.ค. 69 - ฝึกตนให้สงบเย็น เป็นประโยชน์ : แม้ว่าเรายังอยู่ในโลก แต่ว่าใจเราเหนือโลกได้ ไม่ใช่ว่าต้องไปจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ให้มันถูกใจเรา ให้มีคนแวดล้อมเราที่น่ารัก พูดจาไพเราะ สั่งอะไรก็ทำตาม หรือว่าคิดเหมือนเรา พูดเหมือนเรา อันนี้เรียกว่าถ้ายังติดยึดตรงนี้แสดงว่าใจยังไม่เหนือ ถ้าใจเหนือก็คือว่าสิ่งเหล่านี้ ปัจจัยเหล่านี้ รูปรสกลิ่นเสียงเหล่านี้ ทำอะไรใจเราไม่ได้ เจออะไร ใจก็ไม่ทุกข์ หรือว่าเจอการกระทบแต่ใจก็ไม่กระเทือน สุดท้ายก็ไปเกื้อโลกด้วย เกื้อโลก ไปช่วยเหลือโลก แม้ว่าจะเจอคำต่อว่าด่าทอ เจอความล้มเหลว เจอความเข้าใจผิด แต่ถ้าใจเราเหนือ ใจอยู่เหนือแล้ว มันก็ไม่หวั่นไหว ก็ทำอะไรได้ต่อเนื่อง นี่เรียกว่า อยู่ใน ใจเหนือ เกื้อโลก ซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกับ สงบเย็น เป็นประโยชน์ ถ้าเราจับหลักนี้ได้ มันก็ทำให้การปฏิบัติของเราถูกทาง ตรงกับการปฏิบัติแบบพุทธ ครอบคลุมทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา ครอบคลุมทั้งการบำเพ็ญประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ครอบคลุมทั้งการทำจิตและการทำกิจ ไม่ใช่ไปจัดการแต่ภายนอกอย่างเดียว แต่ว่าจัดการภายใน ทำกิจนี่ก็รวมถึงการดูแลสุขภาพด้วย ดูแลสุขภาพให้ดี แต่ถ้ามันป่วยขึ้นมา ใจก็ไม่ทุกข์ แต่ถึงแม้ใจไม่ทุกข์นี่ก็ต้องรักษา เหมือนกับบ้านที่มันรั่ว หลังคารั่ว ใจไม่ทุกข์เพราะรู้จักทำจิต แต่ก็ต้องทำกิจคือซ่อมหลังคา ไม่ใช่ปล่อยให้มันรั่ว พูดง่าย ๆ คือ ทำจิต แม้จะหมายถึงการปล่อยวาง แต่ไม่ได้หมายถึงการปล่อยปละละเลย คนไม่เข้าใจ พอไม่เข้าใจเรื่องการทำกิจและทำจิต ก็คิดว่าปล่อยวางคือการปล่อยปละละเลย ปล่อยปละละเลยคือการไม่ทำกิจ ซึ่งไม่เหมือนกับการปล่อยวาง ปล่อยวางคือการทำจิต ต้องแยกแยะให้ถูก 
  • 25690712pm--ธรรมะจากซอมบี้ 31.08.2026 31мин
    12 ก.ค. 69 - ธรรมะจากซอมบี้ : มีศาสนา ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะไม่ได้เป็นซอมบี้ ศาสนาก็สามารถทำให้คนเป็นซอมบี้ได้เหมือนกัน คือมีร่างมนุษย์แต่ว่าไม่มีจิตใจ ไม่มีความเป็นมนุษย์ เพราะว่ามีความโกรธ ความเกลียด ศาสนาพุทธก็เหมือนกัน ถ้าไปคลั่งมากมันทำให้เรากลายเป็นซอมบี้ได้เหมือนกัน มันก็มีมาแล้ว ชาวพุทธญี่ปุ่นสนับสนุนการทำสงครามในจีนและเกาหลี เพื่อให้มีศาสนาพุทธที่บริสุทธิ์กว่าในประเทศเหล่านั้น หรือศาสนาพุทธในบ้านเรา ที่ไปปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังพวกมุสลิมก็เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งศาสนาพุทธที่บอกว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป อันนี้ก็เป็นเพราะว่าความคลั่งในศาสนา มันไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเราจะไม่เป็นซอมบี้ แต่ถ้ามีธรรมะ มีสติ มีความรู้สึกตัว มันก็ช่วยทำให้เรามีความเป็นมนุษย์ จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกตัว เพราะถ้ารู้สึกตัวเป็นครั้งเป็นคราว ปล่อยให้ความหลงเข้ามาครอบงำ มีความโกรธความเกลียด เราก็สามารถจะกลายเป็นซอมบี้น้อยๆ ได้ ในช่วงที่คนไทยกำลังพูดถึงเนเน่ ให้พิจารณาความหมายของซอมบี้ที่เนเน่ร้องเยอะๆ หน่อยก็ดี มันจะได้เกิดการธำรงรักษาความเป็นมนุษย์ในใจของเรา ไม่ใช่ว่าร้องเพลงซอมบี้แต่ตัวเองเป็นซอมบี้เสียเอง อันนี้มันก็น่าหัว 
  • 25690711pm--ธรรมะที่เด็กควรมี 25.08.2026 29мин
    11 ก.ค. 69 - ธรรมะที่เด็กควรมี 
  • 25690710pm--รู้ตัวได้ไว ก็พลั้งพลาดได้ยาก 24.08.2026 32мин
    10 ก.ค. 69 - รู้ตัวได้ไว ก็พลั้งพลาดได้ยาก : เวลาเราเจริญสติ สติทำงานอย่างไร แล้วการเจริญสติที่เราฝึกมา เราฝึกให้เกิดสัมมาสติโดยใช้วิธีที่ยอมให้ฟุ้งได้ ยอมให้เผลอได้ แต่ยิ่งเผลอก็ยิ่งรู้ อย่างที่หลวงพ่อเทียนว่า ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้ ยิ่งเผลอ สติก็ยิ่งไวเพราะได้ฝึก แต่ถ้าเราไม่ยอมเผลอ เราจะพยายามบังคับจิตให้นิ่ง เราจะได้ความสงบ แต่ว่าสติจะเรียกว่าไม่เกิดก็ได้ หรือไม่พัฒนาก็ได้ ถ้าเรายอม ฝึกบ่อย ๆ แล้วถ้าฝึกบ่อย ๆ นี่จะมาเอง จะมาช่วยเราได้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยเรา มาเตือนเรา มาทักเรา อย่างกรณีของพนักงานขับรถที่มาทักนายทหารคนนั้นซึ่งหวุดหวิดจะกลายเป็นฆาตกรไปแล้ว   คนเราจะต้องเจอกับวิกฤตต่าง ๆ มากมายที่ทำให้เกิดอารมณ์ท่วมท้น แล้วทำให้เราทำอะไรบางอย่างที่เกิดความเสียหายหรือเกิดความเสียใจ เว้นแต่ว่าเรามีสติมาช่วยเตือนให้เรากลับมารู้เนื้อรู้ตัวได้ไว และนี่แหละจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการปฏิบัติมาก 
  • 25690709pm--อย่าหลงเชื่อความคิดหรือยึดมั่นตรรกะ 23.08.2026 32мин
    9 ก.ค. 69 - อย่าหลงเชื่อความคิดหรือยึดมั่นตรรกะ : ความโกรธ ความฟุ้งซ่าน ความหงุดหงิด ความเศร้า จริงๆ แล้วมันก็เป็นสภาวธรรมธรรมดา แต่คนเรามักจะไปให้สมมติกับมัน ไปยึดกับสมมติว่ามันไม่ดี มันเป็นอกุศลธรรม มันเป็นสิ่งอกุศล ต้องจัดการ พอมันเกิดขึ้นก็เลยเกิดความทุกข์ขึ้นมา เพราะเราไปให้ค่าหรือเราไปติดสมมติที่ให้กับอารมณ์ความคิดเหล่านั้น ถ้าเรามองว่ามันเป็นกลางๆ มันเกิดขึ้นเราก็แค่รับรู้มันเฉยๆ ไม่ให้ค่ามัน จะเป็นความโศกความเศร้า ความหงุดหงิด เราก็มองมันอย่างกลางๆ มันก็ไม่ทุกข์ ที่เรามาเจริญสติกันเพื่อที่เราจะได้มามองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับกายและใจ โดยไม่ไปให้ค่า โดยไม่ไปติดกับสมมติ มีความโกรธเกิดขึ้น มีความเศร้าเกิดขึ้น เราก็แค่ดูมันเฉยๆ สักแต่ว่าเห็น แต่พอเราไปให้ค่าว่ามันเป็นลบ เราก็จะร้อนใจ เราก็หงุดหงิด เราก็จะพยายามกำจัดมัน ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการเพิ่มความทุกข์ให้กับเรา ลองมองมันอย่างไม่ตัดสิน อย่างเป็นอิสระจากสมมติดู เราจะพบว่ามันสอนธรรมให้กับเราได้มาก เราจะเห็นธรรมะจากความโกรธ ความเศร้า ความหงุดหงิด ได้ดีไม่น้อยไปกว่าอารมณ์ฝ่ายบวก หรืออาจจะดียิ่งกว่าก็ได้ พอเราไปให้ค่าหรือไปสมมุติว่ามันไม่ดี มันก็ทำให้เราไม่สบายใจ เหมือนกับเราให้ค่าว่าเงินที่ได้นี่น้อย ทั้งที่เงินก็เป็นก้อนใหญ่ พอเราไปมองว่ามันน้อย เราก็ทุกข์เลย แต่ถ้าเรามองว่ามันมาก เราก็มีความสุข ถ้าเราไปมองว่ามันก็ไม่มากไม่น้อย มันธรรมดาๆ มันก็ไม่มีอิทธิพลต่อเรา ก็แค่เห็นมันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งภายนอกหรือภายในก็ตาม   การปฏิบัติธรรมก็คือการฝึกใจให้เห็นว่า สมมตินี้มันมีมากมายหลากหลาย อย่าไปยึดติดกับสมมติมาก รู้จักใช้มันให้เป็น ความคิดความเข้าใจกติกาก็รู้ว่ามันมีข้อจำกัด รวมทั้งตรรกะด้วย อย่าไปหลงเชื่อตรรกะของเรา เพราะคนอื่นเขาก็มีตรรกะอีกแบบหนึ่ง อย่าไปเชื่อความคิดของเรา เพราะความคิดของเราอาจจะไม่ใช่ความถูกต้องจริงแท้ก็ได้ ที่จริงมันก็ล้วนแต่เป็นเรื่องสมมติทั้งนั้นแหละ แล้วถ้าเรารู้จักรู้ทันสมมติ สมมติมันก็ไม่สามารถจะมีอิทธิพลต่อชีวิตเราได้ แต่เราใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ไม่ว่าสมมติที่เกี่ยวข้องกับวัตถุสิ่งของผู้คน หรือว่าความคิดอารมณ์ภายใน 
  • 25690708pm--ปกติคือสุข แต่ป่วยก็ไม่ทุกข์ 22.08.2026 32мин
    8 ก.ค. 69 - ปกติคือสุข แต่ป่วยก็ไม่ทุกข์ : เราฝึกได้ ถึงแม้เราจะรู้ว่าการที่สุขภาพดี ชีวิตปกติ เป็นความสุขที่ควรจะรู้จักชื่นชม แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง นอกจากเราจะฝึกใจให้รู้จักชื่นชมความปกติว่าเป็นความสุข ถือว่าเป็นโชคที่เรามีสุขภาพดี ไม่ต้องมีอะไรมากกว่านั้น เราก็มีความสุข เพียงแค่กินอิ่มนอนอุ่น สุขภาพดี หายใจได้ปกติ ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่มีอะไรจะมาบีบคั้นร่างกาย ไม่พิการ ซึ่งส่วนใหญ่เราก็มีอยู่แล้วทุกวันนี้ แต่เท่านั้นไม่พอ นอกจากการชื่นชมสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้ว เราก็ต้องเตรียมใจยอมรับเวลาที่พลัดพรากสูญเสียไป และมีความเจ็บความปวด มีทุกขเวทนามาแทนที่ มีความติดขัดมาแทนที่ อย่างน้อยเราทำใจยอมรับ ก็ต้องรู้จักฝึก ว่าทำอย่างไรไม่ให้ทุกขเวทนามาบีบคั้นใจ มีความปวดแต่ไม่มีผู้ปวด อันนี้ต้องอาศัยการเจริญสติ หรืออย่างน้อยก็มีสมาธิ มันปวดที่ขา มันปวดที่ท้อง ก็เอาจิตไปจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจ ไปจดจ่ออยู่ที่มือที่กำและแบ อันนี้ก็ช่วยลดความเจ็บความปวดได้ กายปวดแต่ว่าใจไม่ทุกข์เท่าไหร่ ต้องฝึกเอาไว้ ถ้าไม่เช่นนั้นถือว่าเราประมาท แล้วก็ไม่ต้องรอให้แก่เสียก่อน เป็นหนุ่มเป็นสาวก็ยิ่งต้องฝึก เพราะเราไม่รู้ว่าความเจ็บความป่วยจะมาเยือนเมื่อไหร่ บางทีไม่ได้แค่เยือนเฉยๆ มาปักหลักเลย ปักหลักจนลมสุดท้าย แต่ว่าแม้จะปักหลักอย่างไร มันก็ทุกข์แต่กายแต่ใจไม่ทุกข์ อันนี้เราทำได้ 
  • 25690707pm--รู้ตัวเมื่อไร ก็ใกล้ชิดหลวงพ่อเทียน 21.08.2026 30мин
    7 ก.ค. 69 - รู้ตัวเมื่อไร ก็ใกล้ชิดหลวงพ่อเทียน : การมีสติ ระลึกรู้กายและใจ ท่านสอนอย่างไรเราก็ปฏิบัติตามจนกระทั่งเกิดผล เมื่อเราเข้าถึงหรือสัมผัสภาวะเช่นนี้ได้ สิ่งที่เป็นสถานที่ที่ชวนให้ระลึกถึงท่าน หรืออนุสรณ์สถานก็ดี ภาพหรือว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ท่านเคยใช้ อันนั้นมันก็จะมีความสำคัญกับเราน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะว่าเราได้ถึงสิ่งที่สำคัญกว่า อันนี้ก็เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระวักกลิ พระวักกลิอยากจะเฝ้า อยากจะเดินตามใกล้ชิดพระพุทธเจ้า เพราะไปเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าที่เห็นเป็นรูปเป็นร่างคือพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็เลยตรัสว่าที่จริงไม่ใช่หรอก ที่เห็นมันไม่ใช่พระพุทธเจ้า ต่อเมื่อเห็นธรรมจึงเห็นเรา ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเราผู้นั้นเห็นธรรม   หมายความว่าที่เห็นด้วยตามันยังไม่ใช่ของจริง มันต้องสัมผัสด้วยใจ คือใจที่เข้าถึงธรรม และธรรมที่ว่า ท่านหมายถึงไม่ใช่แค่โมกขธรรม แต่ยังหมายถึงปฏิจจสมุปบาท คือเข้าใจวงจรแห่งความทุกข์ เข้าถึงความพ้นทุกข์ ท่านเรียกว่าญายธรรม ธรรมเครื่องออกจากทุกข์ ถ้าเข้าใจถ้าเห็นธรรมนั่นแหละ ถึงจะเห็นพระองค์   เช่นเดียวกัน ถ้าเราเข้าใจหรือเข้าถึงภาวะที่โปร่งโล่ง เป็นอิสระจากความทุกข์ เกิดความรู้ตัวอย่างแท้จริง เรียกว่ารู้ตัวเต็มร้อย ก็เหมือนว่าเราได้ใกล้ชิดกับครูบาอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อคำเขียน หลวงพ่อเทียน ส่วนสถานที่ สิ่งที่เป็นวัตถุรูปธรรม อันนั้นก็เป็นส่วนเสริม แม้กระทั่งพระพุทธรูปก็เป็นส่วนเสริม จะได้ไป 4 สังเวชนียสถานหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ เพราะว่าใจได้ใกล้ชิดกับพระองค์แล้ว ถ้าเกิดว่าเราปฏิบัติจนเข้าถึงสภาวธรรมอย่างแท้จริง 
  • 25690706pm--จากใจใฝ่เสพเป็นใจใฝ่รู้ 20.08.2026 30мин
    6 ก.ค. 69 - จากใจใฝ่เสพเป็นใจใฝ่รู้ : ถ้าเรามีใจใฝ่รู้ แทนที่จะเป็นใฝ่เสพ เจอความไม่สงบในวัด หรือเจอความไม่สงบที่ไหนก็ตาม เราจะไม่หงุดหงิดหัวเสีย เรากลับมองว่าดี ได้เรียนรู้ ได้รู้ใจตัวเอง ได้เรียนรู้ผู้คนที่เขาทำตัวไม่น่ารัก ได้เรียนรู้เรื่องโลกธรรม 8 แล้วก็ได้ฝึก ได้ทดสอบ ดั้งนั้น ถ้าเรามีใฝ่รู้ มันจะนำไปสู่ใจที่ใฝ่ทำ ซึ่งตรงข้ามกับใจที่ใฝ่เสพ หรือใฝ่เอา ชาวพุทธนี่ ถ้าหากว่าเราขยันทำบุญมาก ๆ แล้วเราไม่ระวัง มันจะมีใจที่ใฝ่เอา ใจที่ใฝ่ได้ อยากได้อยากเอา อยากได้โชคอยากได้ลาภ แล้วพอเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ก็จะโวยวายตีโพยตีพาย ทำไมฉันทำบุญแล้วจึงต้องมาเจ็บป่วย แต่คนที่มีใจใฝ่เรียนรู้ ก็จะไม่ทุกข์เลย ก็จะไม่โวยวายตีโพยตีพาย ถือว่ามาก็ดี ได้เรียนรู้ ได้เรียนรู้เรื่องทุกข์ ได้เห็นธรรมชาติของความทุกข์ ถ้ามีใจใฝ่เสพ เวลาเจ็บป่วยมันอยากจะหาย ตรงนี้ที่หลวงปู่ขาว อนาลโย ท่านเตือนเอาไว้ ท่านบอก อันความอยากหายจากทุกขเวทนา ท่านบอก อย่าอยากหาย เพราะถ้าอยากหาย มันจะเป็นตัวสมุทัย ซ้ำเติมเพิ่มความทุกข์ให้มากขึ้น   ถ้าอยาก ให้อยากเห็นสัจธรรมจากความทุกข์ที่แสดงออกที่กายกับใจ ตัวนี้แหละที่มันจะเป็นตัวมรรค ที่ทำให้ ออกจากทุกข์ได้ มันก็ไม่ง่ายที่เวลาเราเจ็บป่วย เรารู้จักวาง วางความอยากหาย แต่มาเสริมความอยากเรียนรู้สัจธรรมจากทุกขเวทนา แต่ถ้าเราฝึกภาวนาด้วยใจที่คิดจะละ ใจที่ละอยู่เสมอ ละความอยาก ละความคาดหวัง ในยามที่เรายังไม่เจ็บไม่ป่วย   เราก็ได้เรียนรู้การละ ได้ฝึกการละ ไม่ต้องละอะไรมาก ละความอยาก ละความคาดหวัง ละความอยากได้ความสงบ อยากให้จิตมันนิ่ง ถ้าเราฝึกอย่างนี้เรื่อย ๆ ต่อไป ถึงเวลาเราเจอโลกธรรม 8 โลกธรรมฝ่ายลบ เจอความเจ็บป่วย จิตที่คิดจะเอามันก็จะไม่มาครอบงำใจ แต่จิตที่คิดจะเรียนรู้ จิตใจที่ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา นี่มันจะเข้ามาเป็นใหญ่ และก็ช่วยทำให้เราได้กำไรจากความเจ็บป่วย ได้กำไรจากโลกธรรมฝ่ายลบ 
  • 25690705pm--ศิลปะแห่งการไม่ทำอะไรเลย 19.08.2026 30мин
    5 ก.ค. 69 - ศิลปะแห่งการไม่ทำอะไรเลย : จะว่าไปแล้ว การไม่ทำอะไรเลย มันก็เป็นไปได้ แม้ใหม่ ๆ ไม่ทำกิจ แต่ทำจิต มีการบังคับจิต มีการจ้อง เฝ้าดูความคิด แต่พอเราฝึกไปถึงจุดหนึ่ง เราก็ไม่เป็นต้องบังคับจิต ไม่จำเป็นต้องเฝ้ามองความคิดเลย เพราะสติทำงานแทน เราไม่ต้องทำอะไรเลย ก็ยังอยู่ได้ การที่ไม่ทำอะไรเลย มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน ซึ่งอันนี้ก็จะว่าไปแล้ว มันก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่เราต้องฝึก เพราะถ้าเราพัฒนาหรือฝึกศิลปะนี้ได้ การอยู่กับตัวเองจะเป็นเรื่องง่าย การที่จะมีความรู้สึกตัวในเวลาเจอสิ่งล่อเร้าเย้ายวน หรือเจอเหตุร้าย แต่เราก็จะตั้งสติได้เร็ว มีความรู้สึกตัวได้เร็ว แล้วก็หลุดจากความทุกข์ได้เร็ว ก็เกิดขึ้นได้ง่าย แล้วมันก็เริ่มต้นมาจากการที่เราฝึกการไม่ทำอะไรเลย แต่ต้องไม่ทำอะไรอย่างมีศิลปะ อย่างถูกต้อง ไม่อย่างนั้นก็อาจจะพาเราไปหลงทิศหลงทางได้ 
  • 25690704pm--หมั่นสร้างสิ่งเตือนใจในทางกุศล 18.08.2026 30мин
    4 ก.ค. 69 - หมั่นสร้างสิ่งเตือนใจในทางกุศล : ถ้าหากว่าเราได้ทำอะไรซ้ำ ๆ กัน โดยเฉพาะที่เป็นสิ่งดี ๆ สวดมนต์ก็ตาม ทำสมาธิก็ตาม เจริญสติก็ตาม หรือแม้แต่นึกถึงคำสอนครูบาอาจารย์อยู่เรื่อย ๆ ถึงเวลาที่เกิดวิกฤตขึ้นมา เกิดภาวะคับขันหน้าสิ่วหน้าขวาน จิตจะทำงานเอง สติจะออกมาเตือนคนที่ระลึกถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์อยู่บ่อย ๆ ถึงเวลาที่เครื่องบินจะตก รถจะชน หรือแม้กระทั่งจมน้ำ แทนที่จะเกิดความตื่นตระหนก จิตกลับนึกถึงหลวงพ่อ นึกถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ นึกถึงบทสวดมนต์ที่ทำเป็นประจำ และการระลึกนึกถึงเหล่านี้ช่วยเตือนใจให้กลับมามีสติ มีความรู้สึกตัว มีความสงบ ถึงแม้เราจะรู้ว่า เมื่อจะตาย ให้นึกถึงพระ ละทุกสิ่ง แต่ตอนเวลาจะตายจริง ๆ ถ้าไม่ได้ฝึกเป็นประจำ มันนึกไม่ออก มันจะนึกถึงแต่เรื่องราวในอดีต อาจจะนึกถึงความผิดพลาด เรื่องที่รู้สึกผิดติดค้างใจ หรือความกลัว ว่าจะไปอบาย พวกนี้จะมารุมเร้าแทนแต่ถ้าหากว่าเราฝึกอยู่เสมอ ในเรื่องการเจริญสติ หรือการระลึกถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ที่เรียกว่าเจริญพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ อยู่เป็นประจำ หรือระลึกถึงสิ่งที่เป็นกุศล นึกถึงครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือ ทำบ่อย ๆ   ถึงเวลาที่เป็นช่วงวิกฤต หรืออยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต ก็จะระลึกถึงได้เอง เป็นการเตือนจิตให้กลับมามีสติ โดยที่ไม่ต้องตั้งใจนึก แต่มันทำงานเอง การที่เราหมั่นสร้าง สะสม ตัวเตือนสติหรือเครื่องเตือนจิต ให้นึกถึงสิ่งที่เป็นกุศล มันคือสิ่งที่ต้องทำสม่ำเสมอ แล้วเมื่อถึงเวลา ไม่ต้องคิด เพราะตอนนั้นมันคิดไม่ออกอยู่แล้ว ถ้าเกิดช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานคับขัน แต่ว่าจิตจะทำงานเอง เพราะว่ามีเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงสิ่งดีงาม เป็นเครื่องเตือนใจที่เกิดจากการฝึกอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ 
  • 25690703pm--อย่าทิ้งงานภายใน 17.08.2026 31мин
    3 ก.ค. 69 - อย่าทิ้งงานภายใน : คนเรานี่ ความสุขไม่ได้เกิดจากการเสพ แต่เกิดจากการทำสิ่งที่มีประโยชน์ ยิ่งถ้าเอาสิ่งที่ทำมาเป็นจุดหมายของชีวิต แม้จะเป็นงานเล็กงานน้อย มันก็มีคุณค่า แต่ก็อย่าไปเน้นงานภายนอกมากนัก เพราะว่าพอแก่ตัวมาก ๆ งานภายนอกก็ทำได้ยากแล้ว ไม่มีแรงไปกวาดใบไม้ที่วัด ไม่มีแรงไปเป็นจิตอาสาแยกขยะ บางทีอาจจะต้องนอนติดเตียง แต่ว่าชีวิตก็ยังมีเป้าหมาย ถ้าเปลี่ยนจากงานภายนอกเป็นงานภายใน  งานภายใน เช่น ฝึกจิต ให้มีสติ ให้มีความรู้สึกตัว ฝึกให้อยู่กับทุกขเวทนา อยู่กับความเหงาให้ได้ หลายคนทำแต่งานภายนอก พอติดเตียงเข้า เคว้งเลย กระสับกระส่าย อันนี้เพราะว่าไม่รู้จักทำงานภายใน พอไม่รู้จักทำงานภายใน มันก็จะมีความเบื่อ ความฟุ้งซ่าน ความโศก ความเศร้าเสียใจ เพราะไปนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต หรือไม่ก็ไปปรุงแต่งถึงภาพอนาคตในทางลบทางร้าย  ทั้งหมดนี้มันเป็นการบ้านสำหรับงานภายในได้ดีเลย พอทำงานภายใน อยู่กับปัจจุบัน รู้จักปล่อยรู้จักวางความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ จนสามารถจะพบความสงบภายใน เป็นมิตรกับตัวเองได้ บางทีเราทำงานภายนอกเพื่อหนีตัวเอง แต่พอไม่มีงานทำ ต้องเผชิญหน้ากับตัวเอง ก็ทุกข์มากเลย เพราะรู้สึกแปลกแยกกับตัวเอง  แต่งานภายในมันทำให้เป็นมิตรกับตัวเอง แม้อยู่คนเดียว อยู่บนเตียง ทำอะไรไม่ได้ ก็ยังไม่ทุรนทุราย พบความสงบภายใน หรือสามารถจะเปลี่ยนทุกขเวทนาให้เป็นอุปกรณ์สอนธรรมก็ได้ งานภายนอกสำคัญ ต้องรู้จักหา เพื่อทำให้ชีวิตมีคุณค่า แต่อย่าเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกติดอยู่กับงานภายนอกมาก เพราะถึงวันหนึ่งจะทำงานภายนอกไม่ได้ เพราะเจ็บ เพราะป่วย เพราะแก่  แต่ถ้าเรารู้จักทำงานภายใน แม้ว่าจะป่วย แม้จะแก่ เราก็ยังสามารถจะอยู่กับความเป็นจริงได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ และมันทำให้ไม่มีความสงสัยว่าชีวิตมันไร้ค่า ยิ่งถ้าทำงานภายในจนกระทั่งถอนความยึดติดในตัวตนได้ ก็ไม่มีความปรารถนาที่จะทำให้ตัวเองมีคุณค่าแล้ว หรือไม่แคร์แล้ว เพราะว่ามันไม่มีตัวตนที่จะไปถนอมรักษาหรือกังวล ไม่มีตัวกูที่จะแสวงหาคุณค่าให้กับตัวเอง  อยู่อย่างไม่ต้องแสวงหาความหมายของชีวิต อยู่อย่างไม่ต้องแสวงหาคุณค่าของตัวเองก็ได้ เพราะว่ามันไม่มีตัวกูจะให้พะวงหรือให้กังวลอีกต่อไป อันนี้ก็เป็นผลของงานภายใน ซึ่งถ้าหากว่าเรารู้จักทำนี่ มันจะไม่มีความทุกข์ ไม่มีความรู้สึกว่างเปล่าเคว้งคว้างในชีวิตเลย 
  • 25690702pm--พื้นฐานของชีวิตและธรรมทั้งปวง 16.08.2026 31мин
    2 ก.ค. 69 - พื้นฐานของชีวิตและธรรมทั้งปวง : เวลามีความรู้สึกตัว เราก็จะเห็นความคิดเกิดขึ้น แล้วก็จะรู้ว่าความคิดไม่ใช่เรา อารมณ์ที่เกิดขึ้นอารมณ์นั้นก็ไม่ใช่เรา การที่เห็นความจริงแบบนี้ ช่วยให้จิตไถ่ถอนจากความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกูได้มาก ถอนมาทีละนิดๆ แต่ก่อนทำอะไรก็กูทำ กูเดิน กูกิน กูคิด กูโกรธ แต่ตอนหลังเริ่มเห็นแล้ว มันไม่ใช่กูที่ทำ มันเป็นรูปที่ทำ หรือเป็นนามที่ทำมากกว่า  หลวงพ่อเทียนใช้คำว่า เห็นรูปทำ นามทำ แต่ก่อนมีแต่กูทำ กูเดิน กูนั่ง กูกิน ตอนหลังเห็นว่าเป็นรูปที่นั่ง เป็นรูปที่กิน ส่วนความคิดนี่ไม่ใช่กูคิด เป็นนามที่คิด ความโกรธก็ไม่ใช่กูโกรธ เป็นนามที่โกรธ เห็นว่าความคิดไม่ใช่เรา ความโกรธไม่ใช่เรา ก็ช่วยทำให้เราได้เห็นความจริงของอารมณ์ภายใน ก็คือความคิดและอารมณ์ ว่ามาแล้วก็ไป ไม่เที่ยง ช่วยเปิดเผยสัจธรรม  ความรู้สึกตัวช่วยทำให้ความคิดและอารมณ์ หรือรูปและนาม เปิดเผยความจริงออกมาว่า ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา แต่ก่อนทั้งที่รูปนามอยู่กับตัว แต่ว่าไม่เห็น ไปคิดว่ารูปเป็นเรา นามเป็นเรา รูปเป็นของเรา นามเป็นของเรา แต่พอมีความรู้สึกตัวอย่างต่อเนื่อง จะเห็น รูปนามก็แสดงสัจธรรมให้เราเห็นว่า มันคือรูป ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา นามก็คือนาม ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา ก็ช่วยทำให้ใจเริ่มเห็นความจริง เป็นการออกจากความหลงอีกชนิดหนึ่ง ทีแรกหลงเพราะไม่รู้ตัว แต่ตอนหลังกลายเป็นว่ายังมีความไม่รู้อีกชนิดหนึ่ง คือการไม่รู้ความจริง แล้วพอรู้ความจริงแล้ว ความทุกข์ก็จะเบาบางหรือหายไป 
  • 25690701pm--ชีวิตขึ้นหรือลงใจก็คงที่ 15.08.2026 30мин
    1 ก.ค. 69 - ชีวิตขึ้นหรือลงใจก็คงที่ : คนเราถ้าหากว่ารู้ เข้าใจถึงความไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็นคำชื่นชมสรรเสริญหรือความสำเร็จ หรือลาภยศสรรเสริญ ถึงเวลามันเสื่อมไป จากคำชื่นชมเป็นคำต่อว่าด่าทอ โห่ฮา หรือจากชัยชนะเป็นความพ่ายแพ้ จากความสำเร็จเป็นความล้มเหลว เราก็ยังอยู่ได้ โดยเฉพาะถ้าเราไม่เอาค่าของเราไปผูกติดอยู่กับความสำเร็จอย่างที่พูดไว้ก่อน ถ้าคนเราเอาค่าของตัวเราไปผูกติดอยู่กับผลงาน อย่างที่มีคนพูดว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน เวลางานย่ำแย่ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ดี หรืออาจจะดีแต่ไม่ถูกใจคน คนไม่ชื่นชมสรรเสริญ ก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ที่จริงไม่ใช่เลย  ค่าของคนเราอย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสว่า สงบเย็น เป็นประโยชน์ ถ้ารู้จักเข้าถึงความสงบเย็น แล้วใช้ชีวิตเป็นประโยชน์ได้ นั่นถือว่ามีชีวิตที่งดงามแล้ว ส่วนเขียนหนังสือหรือทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จ คนไม่ชื่นชมสรรเสริญ นั่นเป็นเรื่องของโลก แต่ไม่ใช่เรื่องของเรา เราทำได้ถึงสิ่งที่เป็นคุณค่าที่แท้แล้ว  จริงๆ แล้วค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงาน แต่ก็ยังดีกว่าเอาค่าของคนไปผูกติดอยู่กับเงินทองชื่อเสียง เสื้อผ้าหน้าผม อย่างไรก็เอาผลของงานหรือการกระทำมาเป็นเกณฑ์ในการวัดค่าของคนหรือของตัวเราก็ยังดีกว่า แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นอิสระจากความสำเร็จ คำชื่นชมสรรเสริญ ให้ถือว่ามันเป็นเรื่องของโลก ไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้าเข้าใจความจริงของชีวิตแบบนี้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มีความผันผวนปรวนแปรอย่างไร ชื่นชมสรรเสริญหรือคำตำหนิต่อว่าด่าทอ จะประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จ จะขึ้นหรือลง ตอนนั้นก็ไม่สำคัญเท่าไหร่ 

Популаран у

Овај подкаст се појављује и у подкаст листама ових земаља.